ก่อนหน้านี้ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ “ดร.เอ้” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหนึ่งบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นสะท้อนมุมมองความปลอดภัยหลายครั้ง ในจำนวนนี้มีการเสนอให้ประชาชนร่วมลงชื่อเสนอกฎหมายจัดตั้ง “องค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ” เพื่อเป็นองค์กรที่เป็นอิสระ มาทำหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยสาธารณะอย่างเป็น “อิสระ” โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายสาขาเกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะ มีความเป็นกลาง นำทางด้วยหลักการทางวิชาการ เข้าไปตรวจสอบและนำไปสู่การป้องกัน ลงโทษและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นธรรม
ในเรื่องนี้ “ทีมข่าวชุมชนเมือง” มีโอกาสสอบถามเพิ่มเติมกับนายสุชัชวีร์ เพื่อบอกเล่าที่มาที่ไป และความเป็นไปได้ในการจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะให้เป็นจริง โดยระบุชัดเป้าหมายเพื่อให้เป็น “เจ้าภาพ” ที่เป็นตัวแทนของประชาชน

ท่ามกลางสภาพความไม่ปลอดภัยที่เผชิญทั้งคานร่วง สะพานถล่ม ถนนยุบ ล้อรถไฟฟ้าหล่น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำซาก อีกทั้งที่ผ่านมาเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็มักให้หน่วยงานที่กำกับดูแล หรือเป็นเจ้าของ มาทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบสาเหตุ ซึ่งอาจไม่รู้ถึงต้นเหตุที่แท้จริง ด้วยบางครั้งอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือหน่วยงานนั้นๆ ก็ไม่มีบุคลากรโดยตรง
แต่ “องค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ” จะสามารถเป็นคนกลาง เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน ติดตาม และส่งจดหมายถึงหน่วยงานที่มีความเสี่ยง และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบจะได้ลดความเสี่ยง
สำหรับบทบาทองค์กรฯ จะดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยระดับสาธารณะ ได้แก่ การป้องกันการละเมิดสิทธิและความปลอดภัยของประชาชน การจัดการวิกฤติ ทั้งเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยพิบัติที่เกิดจากความประมาท และสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานราชการ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ

“หากมีเหตุก็จะมีคนกลางโดยแท้จริงเข้ามาถอดบทเรียนอย่างตรงไปตรงมาตามหลักวิชาการ นำไปสู่การหาผู้กระทำความผิดจะได้เข็ดหลาบ ปัจจุบันยังไม่มีการถอดบทเรียนอย่างเป็นธรรม และบทเรียนนี้ยังจะช่วยคุ้มครองผู้ที่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญจะช่วยฝึกอบรม รวมทั้งวิจัย เพราะความเสี่ยงพัฒนาไปทุกวันกับชีวิตของมนุษย์”
นอกจากนี้ ยังจะทำหน้าที่เสนอแผนป้องกันความเสี่ยงในอนาคตกับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอีก เช่น ภัยจากแผ่นดินไหว ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของความพยายามรวบรวมรายชื่อ 10,000 รายชื่อ เสนอ พ.ร.บ.ฉบับประชาชนดังกล่าว
สำหรับบทบาท หน้าที่องค์กรอิสระเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ โดยหลักประกอบด้วย 1.ตรวจสอบ และนำเสนอข้อเท็จจริง ด้วยหลักวิชาการ อย่างเป็นกลาง เมื่อเกิดอุบัติเหตุและอุบัติภัย ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ 2.ให้คำปรึกษา ข้อแนะนำ อบรม ให้ความรู้ และดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

3.แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการก่อสร้าง และอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเสื่อมเสีย 4.สอดส่อง เร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะ
5.เสนอความเห็นต่อครม.เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในความปลอดภัยสาธารณะ และพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยระดับสาธารณะตามที่ครม.หรือรัฐมนตรีมอบหมาย และ 6.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจและหน้าที่
สำหรับโมเดลแนวคิดการจัดตั้งองค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะนั้น ระบุว่า มาจากต่างประเทศเพราะต่างก็มีองค์กรในด้านนี้กันหมดแล้ว เช่น เกาหลีใต้ก็มีกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ ถอดบทเรียนจากอุบัติเหตุต่างๆ เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ ยกเว้นประเทศไทยที่ยังไม่มีเจ้าภาพ ทั้งที่ควรจัดตั้งนานแล้ว

นายสุชัชวีร์ ย้ำถึงความสำคัญการจัดตั้งว่า เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดเพราะเกี่ยวข้องกับชีวิต ปกติคนเราไม่สามารถปกป้องชีวิตตนเองได้ เพราะแต่ละวันที่เดินทางไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมีอะไรหล่นลงมาใส่ ถนนจะยุบ คานจะร่วง แผ่นดินสั่นไหวหรือเปล่า เหตุเหล่านี้เกิดขึ้นได้ตลอด ดังนั้น จึงต้องมีหน่วยงานเจ้าภาพเข้ามาดูแลเรื่องความเสี่ยงให้กับชีวิตประชาชน
อย่างไรก็ตาม หลังได้รายชื่อครบแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 9,000 รายชื่อ เบื้องต้นจะเข้าหารือกับสำนักงานกฎหมาย ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดทำร่างกฎหมายที่ถือว่าเป็นกฎหมายฉบับประชาชน จากนั้นตนเองจะเดินหน้าพูดคุยกับทุกพรรคการเมือง เพื่อร่วมกันโหวตให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

ในส่วนของกทม. เผยเรื่องความปลอดภัยที่ควรดำเนินการก่อนหากจัดตั้งสำเร็จคือ การเข้าไปดูการก่อสร้างทุกรูปแบบ เพราะมีการก่อสร้างกันจำนวนมาก รวมถึงการซ่อมแซม รถไฟฟ้าก็ยังคงมีการก่อสร้างทั้งบนดินและใต้ดิน การซ่อมแซมถนนปะผุ สะพานต่างๆ ในกลุ่มนี้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดเวลา รวมทั้งทั่วประเทศด้วย เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นของคนทั้งประเทศ
“การทำงานขององค์กรฯดังกล่าวสามารถดำเนินการได้เมื่อเห็นว่าไม่ปลอดภัย จะมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดู หรือประชาชนเห็นก็สามารถแจ้งร้องเรียนเข้ามาได้ องค์กรจะจัดส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบ หรือหากเกิดเหตุขึ้นแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรนี้ก็จะเข้าไปดำเนินการถอดบทเรียน และนำข้อมูลที่ได้ส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการดำเนินการต่อไป” นายสุชัชวีร์ ทิ้งท้าย.



