รองศาสตราจารย์บาร์บารา มัลแลน จากมหาวิทยาลัยเคอร์ตินแห่งออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอบีซีเมื่อไม่นานมานี้ เกี่ยวกับอันตรายที่คาดไม่ถึงจากการปล่อยจานชามที่ใช้แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ในอ่างล้างจานแทนที่จะล้างในทันที เพราะเท่ากับเป็นการช่วยเพาะเชื้อโรคในเวลาอันรวดเร็ว และยังอาจทำให้เชื้อโรคเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วบ้านได้อีกด้วย
รศ.มัลแลน ระบุว่า การปล่อยจานชามที่ยังมีเศษอาหารติดอยู่นั้น เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายสิ่งมีชีวิตได้เป็นเวลานานหลายวัน แม้ว่าในเวลาต่อมา เราจะนำจานมาล้างจนสะอาดแล้ว แต่แบคทีเรียก็อาจจะยังคงเกาะอยู่บนพื้นผิวของจานชามเหล่านั้น
เธอยังให้ข้อมูลว่า กระทั่งบนพื้นผิวของจานชามสะอาด ๆ ที่ยังไม่ได้ใช้งาน แบคทีเรียก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานสูงสุดถึง 4 วัน ยิ่งมีเศษอาหารอยู่บนพื้นผิว พวกมันก็จะยิ่งมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น
การนำจานชามใช้แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้มากขึ้น และจะยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก ถ้าหากนำอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ฟองน้ำล้างจาน มาแช่รวมไว้ในน้ำที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคเหล่านี้ด้วย
รศ.มัลแลน แนะนำว่าหนทางป้องกันเชื้อโรคจากจานชามใช้แล้วที่ดีที่สุด คือการใช้เครื่องล้างจาน เนื่องจากเป็นการชำระล้างในพื้นที่ที่จำกัดและเป็นพื้นที่ปิด จึงช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่ภายนอกได้
แต่ถ้าหากไม่ต้องการใช้เครื่องล้างจาน ก็ควรใช้น้ำร้อนจัดในการล้างจานร่วมกับน้ำยาล้างจาน ซึ่งเธอระบุว่า ควรเป็นน้ำที่ร้อนจนถึงขั้นต้องสวมถุงมือล้างจาน นอกจากนี้ยังต้องใส่ใจว่าอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ฟองน้ำล้างจาน, ผ้าเช็ดจาน สะอาดดีแล้วหรือไม่ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านั้น ถือว่าเป็นเครื่องใช้ที่ “สกปรกที่สุดในห้องครัว”
รศ.มัลแลน ยังเตือนอีกว่า การแช่จานชามในน้ำอุ่นไว้นาน ๆ ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะน้ำร้อนจัดเท่านั้น ที่จะช่วยฆ่าเชื้อโรค หากเป็นแค่น้ำอุ่นก็อาจจะทำให้อ่างล้างจานกลายสภาพเป็น “ชามซุปแบคทีเรีย” ขนาดใหญ่ได้
ที่มา : ladbible.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



