สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอินเดียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการหารือระดับทวิภาคี ระหว่างประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กับนายกรัฐมนเตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย ในโอกาสที่มาครงเยือนกรุงนิวเดลีอย่างเป็นทางการ ว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้อง ยกระดับความร่วมมือด้านการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึง เฮลิคอปเตอร์ และเรือดำน้ำทั้งสำหรับกองทัพอินเดีย และประเทศพันธมิตร
Modi-Macron Talks Conclude with Adoption of a Roadmap for Defence Industrial Cooperation
— The Wire (@thewire_in) January 27, 2024
The roadmap would constitute identifying opportunities in co-design, co-development, and co-production in the defence industrial sector, and cover domains#Diplomacyhttps://t.co/H7lAdpO6bd
ขณะเดียวกัน มาครงและโมดีบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันเชิงหลักการ ในด้านการพัฒนาและขยายความร่วมมือ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานนิวเคลียร์ การวิจัยด้านอวกาศ และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ สาธารณสุข และเกษตรกรรม
During his visit to ????????, @EmmanuelMacron announced the target of 30 000 Indian students in ???????? universities by 2030.
— France Diplomacy ???????????????? (@francediplo_EN) January 26, 2024
Many students from #India study in #France’s top-grade English-speaking universities.
Radhika, a Nuclear Engineering student in ????????, shares her experience ???????? pic.twitter.com/AVSNofL6CC
ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากฝ่ายใด เกี่ยวกับมูลค่าของข้อตกลงแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอินเดียให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าบริษัททาทาของอินเดีย และบริษัทแอร์บัสของฝรั่งเศส เตรียมร่วมกันผลิตเฮลิคอปเตอร์ สำหรับใช้งานในกิจการพลเรือน
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการเตรียมขยายโอกาสในการรับนักศึกษาชาวอินเดีย ให้เข้าไปศึกษาต่อในประเทศถึงปีละ 30,000 คน ภายในปี 2573 ด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



