สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ศาลไฮคอร์ตของฮ่องกงมีคำพิพากษา เมื่อวันจันทร์ ให้บริษัท “เอเวอร์แกรนด์” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับสองของจีน นำสินทรัพย์ทั้งหมดที่จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ออกขายทอดตลาด เพื่อการเสริมสภาพคล่อง เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จ ในการปรับโครงสร้างหนี้


ขณะเดียวกัน ศาลมีคำพิพากษา ให้เอเวอร์แกรนด์ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของฝ่ายบริหาร เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลของบรรดานักลงทุน


ทั้งนี้ เอเวอร์แกรนด์เคยเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับต้นของจีน แต่กลับประสบกับวิกฤติหนี้สินในระดับรุนแรง จนกลายเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีหนี้สินมากที่สุดในโลก และผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่ เมื่อปี 2564


อนึ่ง เอเวอร์แกรนด์ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ เมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เพื่อขอรับความคุ้มครองภายใต้มาตรา 15 ของประมวลกฎหมายล้มละลาย ซึ่งครอบคลุมการคุ้มครองบริษัทที่มีสำนักงานอยู่นอกสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ จากเจ้าหนี้ที่ต้องการยื่นฟ้อง เพื่ออายัดทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้ ที่มีอยู่ในสหรัฐ


วิกฤติเอเวอร์แกรนด์สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย ว่าจะกลายเป็น “ฟองสบู่แตก” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่งเอเวอร์แกรนด์ ยังคงครองสัดส่วน 40% ของโครงการบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัยในจีน และลุกลามเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก เนื่องจากมูลค่ามหาศาลของเศรษฐกิจจีน ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES