สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า คาราวานรถแทรกเตอร์ และยานพาหนะทางการเกษตร ของสหภาพแรงงานเกษตรกรใหญ่ที่สุดสองแห่งของฝรั่งเศส เริ่มปิดล้อมทางหลวงสายเอ13 ที่เป็นเส้นทางหลักระหว่างพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงปารีส ทางหลวงสายเอ4 เชื่อมกับภูมิภาคตะวันออก และทางหลวงสายเอ6 เชื่อมกับภูมิภาคทางตอนใต้ของกรุงปารีส
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยระดมกำลังตำรวจและสารวัตรทหารรวม 15,000 นาย กระจายกันลงพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ “ด้วยความอดทน” แต่จะไม่มีทางอนุญาตให้การประท้วงส่งผลกระทบต่อท่าอากาศยานนานาชาติชาร์ล เดอ โกล ท่าอากาศยานนานาชาติออร์ลี และตลาดค้าส่งอาหารและสินค้าเกษตร
ทั้งนี้ บรรดาเกษตรกรเรียกร้องรัฐบาลฝรั่งเศส เร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าหน้าฟาร์มที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้การประท้วงยกระดับ คือการที่ภาครัฐประกาศการตัดงบประมาณส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงไบโอดีเซล หรือ เชื้อเพลิงชีวภาพ และการเตรียมกลับมาเก็บภาษีน้ำมันดีเซล ที่ใช้สำหรับยานพาหนะทางการเกษตร
แม้รัฐบาลให้คำมั่นเพิ่มเติมหลายเรื่อง และยอมผ่อนคลายมาตรการหลายข้อ นอกจากนี้ นายกาเบรียล อัตตาล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปพบปะหารือกับเหล่าเกษตรกรด้วยตัวเอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่สหภาพแรงงานเกษตรกรมองว่า “ไม่เพียงพอและยังไม่มีความชัดเจน” พร้อมทั้งเตือนว่า จะเคลื่อนพลเข้าสู่พื้นที่ใจกลางกรุงปารีสด้วย
ด้านบรรดานักวิเคราะห์มองว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ต้องพยายามควบคุมสถานการณ์ประท้วงให้ได้มากที่สุด เพื่อลดแรงเสียดทานต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภายุโรป ในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งพรรคเรเนสซองส์ ที่เป็นพรรคสายกลางของมาครง ยังคงมีคะแนนนิยมตามหลังพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด ของนางมารีน เลอ แปน.
เครดิตภาพ : AFP







