สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า คณะกรรมาธิการสามัญประจำระหว่างหน่วยงานของสหประชาชาติ (ไอเอเอสซี) ออกแถลงการณ์ ว่าการถอนความสนับสนุนต่อสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ) จะส่งผลให้ระบบมนุษยธรรมในฉนวนกาซาล่มสลาย ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์เดียวกันในภูมิภาคจะได้รับผลกระทบสืบเนื่องตามไปด้วย
ขณะที่นางซิกริด คาก ผู้ประสานงานด้านกิจการกาซาของสหประชาชาติ ยืนยันว่า ไม่มีหน่วยงานแห่งใดที่จะสามารถแทนที่ภารกิจสำคัญของยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ซึ่งเป็นองค์กรของยูเอ็นที่มีความชำนาญการ เกี่ยวกับกิจการฉนวนกาซามากที่สุดแล้ว
"@UNRWA does not work with Hamas—we have *operational contacts with de facto authorities*"
— Daniel Roth (@daniel_c_roth) January 31, 2024
So now you know ???? pic.twitter.com/Sru5RGyOaD
ทั้งนี้ สหรัฐและพันธมิตรอีกหลายประเทศ ระงับการมอบเงินสนับสนุนให้แก่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ หลังมีการยืนยันว่า บุคลากรชาวปาเลสไตน์จำนวนหนึ่ง มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ สั่งให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องนานาชาติ “สานต่อความราบรื่น” ให้กับยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลเรียกร้อง “การให้หน่วยงานแห่งอื่น” เข้ามาบริหารจัดการฉนวนกาซาแทนยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอในอนาคต และจุดประเด็นใหม่ ว่ายูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ “อนุญาต” ให้กลุ่มฮามาสเข้ามาใช้พื้นที่ของสำนักงาน “เพื่อกิจกรรมทางทหาร” ซึ่งยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอยืนกรานปฏิเสธ
อนึ่ง ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอก่อตั้งเมื่อปี 2492 หรือหนึ่งปีหลังการสถาปนารัฐอิสราเอล ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันมอบงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรแห่งนี้ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12,046.71 ล้านบาท) เมื่อปี 2565 และมอบความสนับสนุนไปแล้ว 131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,641.53 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุด.
เครดิตภาพ : AFP



