สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า นอกเหนือจากประเด็นสิทธิมนุษยชน และไต้หวัน คำกล่าวหาของรัฐบาลวอชิงตันที่ว่า รัฐบาลปักกิ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการค้าเฟนทานิล ยังคงเป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนาน ระหว่างสหรัฐกับจีน
กระทั่งนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ซึ่งสหรัฐเป็นเจ้าภาพ เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ตกลงที่จะร่วมมือกันมากขึ้น ในการจัดการกับบริษัทที่ผลิตสารตั้งต้นสำหรับทำเฟนทานิล และตัดเงินทุนสำหรับการค้าสารเสพติดดังกล่าว
ล่าสุด คณะผู้แทนของรัฐบาลวอชิงตัน นำโดยนางเจน ดาสคาล รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งแรก ของคณะทำงานความร่วมมือต่อต้านยาเสพติด
ด้านนายหวัง เสี่ยวหง รมว.ความปลอดภัยสาธารณะของจีน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนสหรัฐ พร้อมกับกล่าวว่า การจัดตั้งคณะทำงานระหว่างจีนกับสหรัฐ แสดงให้เห็นถึง “ความเข้าใจร่วมกันที่สำคัญ” ของประธานาธิบดีทั้งสองประเทศ เมื่อปีที่แล้ว
China, US resume fentanyl talks in Beijing https://t.co/7YblrNgOc4 pic.twitter.com/DhFLi5DSHL
— CNA (@ChannelNewsAsia) January 30, 2024
ขณะเดียวกัน สหรัฐหวังว่า การเจรจาครั้งนี้จะเป็นเวทีอำนวยความสะดวกในการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกับการผลิตที่ผิดกฎหมาย การจัดหาเงินทุน และการจำหน่ายยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (ดีอีเอ) ระบุว่า จีนเป็นแหล่งที่มาหลักของสารเฟนทานิลทั้งหมด ที่ถูกลักลอบค้าในสหรัฐ อีกทั้งเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ยังดำเนินการคว่ำบาตรหน่วยงานและบุคคลในจีนจำนวนมาก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น “แหล่งที่มาของอุปทาน” ด้วย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธการสมรู้ร่วมคิดในการค้าเฟนทานิล และยืนกรานว่า ต้นตอของวิกฤติการติดยาเสพติดอยู่ในสหรัฐ โดยหลังจากซัมมิตเอเปค เป็นต้นมา จีนได้สั่งปิดบริษัท 1 แห่ง, ปิดกั้นการชำระเงินระหว่างประเทศบางส่วน และกลับมาแบ่งปันข้อมูลกับสหรัฐ เกี่ยวกับการขนส่งและการลักลอบค้าเฟนทานิล.
เครดิตภาพ : AFP



