สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่า กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ ว่ารัฐบาลริยาดเน้นย้ำจุดยืนกับรัฐบาลวอชิงตัน ว่าการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบกับอิสราเอล จะไม่มีทางเกิดขึ้น ตราบใดที่ยังไม่มีการยอมรับสถานะความเป็นรัฐอิสระของปาเลสไตน์ ตามแผนที่ฉบับปี 2510 ซึ่งต้องมีภาคตะวันออกของเมืองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวง


ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องอิสราเอล ยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา และต้องถอนทหารออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อกันมาก่อน และรัฐบาลริยาดไม่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงอับราฮัม ฉบับปี 2563 ซึ่งสหรัฐเป็นตัวตั้งตัวตี ในการให้อิสราเอลสามารถสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และโมร็อกโก


แถลงการณ์ดังกล่าวของรัฐบาลริยาดได้รับการเผยแพร่ภายในเวลาไม่นาน หลังนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงริยาด ซึ่งบลิงเคนกล่าวหลังจากนั้น ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด “ทรงเน้นย้ำความมุ่งมั่น” ของรัฐบาลริยาด ในการสถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล.

เครดิตภาพ : AFP