เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงจัดสร้างมณฑปประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 2567 โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวง

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 2567 รัฐบาล โดย วธ. ร่วมกับรัฐบาลอินเดีย สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ดำเนินงานโครงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะจากอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว ประดิษฐานที่พิพิธภัณฑ์กรุงนิวเดลี ถูกค้นพบจากสถูปโบราณ เมืองปิปราห์วา เมื่อ พ.ศ. 2441 ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองกรุงกบิลพัสดุ์ในสมัยพุทธกาล มีหลักฐานเป็นจารึกอักษรพราหมีบนผอบ แปลว่า “ที่บรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้านี้ เป็นของสากยราชสุกิติ กับพระภาตา พร้อมทั้งพระภิคินี พระโอรสและพระชายา สร้างขึ้นอุทิศถวาย” ส่วนพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวก พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อัญเชิญมาจากสถูปเมืองสาญจี ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2394 บรรจุในผอบซึ่งมีจารึกอักษรพราหมีว่า “สาริปุตส” แปลว่า พระธาตุของพระสารีบุตร และ “มหาโมคลานส” แปลว่า พระธาตุของพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า เป็นพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวกทั้งสอง

รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า พระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว ได้รับการยกย่องอย่างสูงสุดจากพุทธศาสนิกชน และผู้แสวงบุญชาวพุทธจากทั่วโลก นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทย ที่มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุดังกล่าว มาประดิษฐานให้พุทธศาสนิกชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างสูงสุดในชีวิต ในระหว่างวันที่ 22 ก.พ.-19 มี.ค. 2567 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ โดยในวันที่ 23 ก.พ. เวลา 16.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง จะจัดริ้วขบวนอัญเชิญอย่างยิ่งใหญ่ และในเวลา 17.00 น. จะมีพิธีเปิดงาน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการบูชา ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.-3 มี.ค. 2567 เวลา 09.00-20.00 น. ก่อนจะมีการอัญเชิญไปประดิษฐานในส่วนภูมิภาคใน 3 จังหวัด ให้ประชาชนได้เข้าสักการบูชา ได้แก่ ภาคเหนือ วันที่ 5-8 มี.ค.2567 เวลา 09.00-20.00 น. ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 10-13 มี.ค. 2567 เวลา 09.00-20.00 น. ณ วัดมหาวนาราม จ.อุบลราชธานี และภาคใต้ วันที่ 15-18 มี.ค. 2567 เวลา 09.00-20.00 น. ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จ.กระบี่ โดยเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยแต่ละพื้นที่จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ตามอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคลให้กับศาสนิกชนที่เข้ากราบสักการะด้วย



