สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า ในระหว่างการร่วมแคมเปญระดมทุนหาเสียง ที่รัฐนิวยอร์ก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า เข้าได้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี 7” ที่สหราชอาณาจักร เมื่อช่วงกลางปี 2564 และสนทนากับ “นายกรัฐมนตรีเฮลมุต โคห์ล ผู้นำเยอรมนี” เกี่ยวกับเหตุจลาจลที่รัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปีเดียวกัน


ในความเป็นจริง ผู้นำเยอรมนี ณ เวลานั้น คือ นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ขณะที่โคห์ลเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีจริง ระหว่างปี 2525-2541 และถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปี 2560


ขณะที่นางคาริน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “ความสับสน” ที่เกิดขึ้นกับผู้นำสหรัฐ “เป็นเรื่องปกติ” เนื่องจากไบเดนเป็นนักการเมืองมานานหลายทศวรรษ และพบปะกับผู้คนมากมาย รวมถึงนักการเมืองระดับสูงและผู้นำนานาประเทศ ในสมัยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี


อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน ปรากฏว่าผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวไปในทางเดียวกันมากขึ้น ว่าอายุของไบเดนเป็นเรื่องน่าวิตกกังวล โดยหากไบเดนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง จะเริ่มวาระในวัย 82 ปี และสิ้นสุดวาระขณะที่มีอายุมากถึง 86 ปี


อนึ่ง ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ไบเดนร่วมงานระดมทุนหาเสียงเลือกตั้ง ที่รัฐเนวาดา จำสลับระหว่างประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศสคนปัจจุบัน กับนายฟรองซัวส์ มีแตร็อง อดีตผู้นำฝรั่งเศสระหว่างปี 2524-2538 และถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปี 2539 ด้วยวัย 79 ปี.

เครดิตภาพ : AFP