คุณยายชาวญี่ปุ่นวัย 64 ปีซึ่งไม่มีการระบุชื่อ เจ้าของร้านกระเป๋าในเขตคัตสึชิกะ กรุงโตเกียว ตกเป็นผู้ต้องสงสัยปลอมแปลงสินค้าลิขสิทธิ์ หลังจากที่เธอโดนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเธอมีสินค้าปลอมอยู่ในร้านและที่สำคัญคือเธอเป็นคนผลิตสินค้าเหล่านั้นขึ้นมาเอง

ราว 2-3 ปีก่อน ผู้ต้องสงสัยเปิดร้านขายกระเป๋าเล็ก ๆ ซึ่งแต่เดิมจำหน่ายสินค้าจากการออกแบบของเธอเองเป็นหลัก แต่กิจการของร้านดำเนินไปได้ไม่ดีนัก และยิ่งแย่ลงหลังจากเข้าสู่ช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด 

ระหว่างที่คุณยายพยายามแก้ไขสถานการณ์และหาทางให้ธุรกิจของเธอเดินหน้าต่อไป เธอก็ได้ชมรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความนิยมของกระเป๋าและสินค้าจุกจิกที่เป็นของแบรนด์เนมจากต่างประเทศ เธอจึงตัดสินใจว่าจะทำตามกระแสนิยมดังกล่าว

หลังจากค้นหาแหล่งวัตถุดิบจนสามารถหาซื้อผ้าและหนังเทียมพิมพ์ลายโลโก้แบรนด์ต่าง ๆ ได้จากช่องทางออนไลน์ คุณยายก็เริ่มผลิตกระเป๋าเลียนแบบดีไซน์ของแบรนด์เนมชื่อดังต่าง ๆ โดยเธอเป็นคนตัดเย็บกระเป๋าเหล่านั้นด้วยตัวเองทั้งหมด

ตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา คาดว่าคุณยายเจ้าของร้านรายนี้ได้ผลิตกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมต่าง ๆ เช่น หลุยส์วิตตอง, ชาเนล, กุชชี่ ออกขายในร้านของเธอ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมดราว 900,000 เยน (ประมาณ 215,824 บาท) 

ในวันที่ตำรวจทำการจับกุมคุณยายนั้น พวกเขายังพบสินค้าปลอมอีก 330 ชิ้น ซึ่งเธอเตรียมจะนำไปวางขาย พร้อมด้วยม้วนผ้าและหนังเทียมพิมพ์ลายสัญลักษณ์ของแบรนด์เนมยอดนิยม

หลังจากที่โดนจับกุม ผู้ต้องสงสัยก็สารภาพว่าเป็นคนผลิตกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมด้วยตัวเองทั้งหมดโดยใช้จักรเย็บผ้าคู่ใจภายในอพาร์ตเมนต์ของเธอ โดยสินค้าบางชิ้นเป็นการเลียนแบบจากของแท้โดยตรง และบางชิ้นก็เป็นผลงานการออกแบบของเธอเอง แต่ “ขอยืม” ป้ายแบรนด์เนมมาติดไว้เพื่อดึงดูดใจลูกค้า

ที่มาและเครดิตภาพ : Odditycentral, Newspapers.ph