สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ลงนามร่วมกันในข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึงการที่รัฐบาลปารีส มอบความช่วยเหลือเป็นวงเงินสูงสุด 3,000 ล้านยูโร (ราว 115,804.28 ล้านบาท) ให้แก่ยูเครนในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 2,100 ล้านยูโร (ราว 81,062.99 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว


ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวระหว่างฝรั่งเศสกับยูเครน จะครอบคลุมระยะเวลา 10 ปี และมีการขยายขอบเขตความร่วมมืออีกหลายด้าน รวมถึงการผลิตและส่งมอบกระสุนปืนใหญ่ ขณะเดียวกัน มีการระบุอย่างชัดเจนในข้อตกลงด้วยว่า ฝรั่งเศสสนับสนุน “อนาคตของยูเครน” ในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสหภาพยุโรป (อียู)

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส แลกเปลี่ยนเอกสาร ซึ่งเป็นการลงนามด้านความมั่นคง กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่กรุงปารีส


ก่อนการลงนามในข้อตกลงดังกล่าวกับฝรั่งเศส เซเลนสกีลงนามในข้อตกลงแบบเดียวกัน กับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ซึ่งให้คำมั่นการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนยูเครน “ทันที” 1,100 ล้านยูโร (ราว 42,461.57 ล้านบาท)

นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี ลงนามในเอกสารด้านความมั่นคง กับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ที่กรุงเบอร์ลิน


อีกด้านหนึ่ง นายอันดริส สปรัดส์ รมว.กลาโหมลัตเวีย กล่าวว่า พันธมิตร 10 ประเทศในยุโรป ที่มีสหราชอาณาจักร เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมด้วย มีแผนเพิ่มความสนับสนุนด้านอากาศยานติดอาวุธไร้คนขับ หรือ โดรน ให้แก่ยูเครน รวมกันจำนวน 1 ล้านลำ ภายในวันที่ 24 ก.พ. 2568 เพื่อช่วยเหลือกองทัพยูเครน ซึ่งกำลังขาดแคลนยุทโธปกรณ์อย่างหนัก ในการสู้รบกับรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม อียูยอมรับเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย มอบความสนับสนุนเป็นกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร จำนวน 1 ล้านนัด ให้แก่ยูเครนได้ตามเป้าหมาย คือภายในเดือน มี.ค. ที่จะถึง.

เครดิตภาพ : AFP