รูปภาพอาหารที่น่ารับประทานบนสื่อสังคมออนไลน์ ความต้องการอาหารกลางวันราคาไม่แพงที่เพิ่มขึ้น และการเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้รับความนิยมมากขึ้น ล้วนเป็นสิ่งดึงดูดผู้คนให้มารับประทานโอนิกิริแบบเรียบง่าย

“ในอดีต ไม่มีใครมาที่ร้านระหว่างมื้อเที่ยงกับมื้อเย็น แต่ตอนนี้ ลูกค้าจำนวนมากเข้าคิวกันไม่ขาดสาย” นางยูมิโกะ อูคง วัย 71 ปี เจ้าของร้านอาหาร “โอนิกิริ บองโก” ซึ่งเปิดมานานกว่า 50 ปี ที่มุมเงียบสงบในกรุงโตเกียว กล่าวเพิ่มเติมว่า ลูกค้าบางคนต้องรอนานถึง 8 ชั่วโมง

ร้านโอนิกิริ บองโก มีโอนิกิริให้เลือกสรรประมาณ 60 ประเภท ทั้งไส้แบบดั้งเดิมอย่างบ๊วยดอง หรือไส้ที่ดูแปลกประหลาด เช่น เบคอน กับซีอิ๊ว ซึ่งแม้จะมีเพียง 9 ที่นั่ง แต่ร้านแห่งนี้สามารถขายข้าวปั้นได้ประมาณ 1,200 ชิ้นต่อวัน

อนึ่ง โอนิกิริ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และชาวญี่ปุ่นรับประทานมันมาเป็นเวลากว่าพันปี ซึ่งในปัจจุบัน ของว่างจานด่วนเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ แต่มองอีกมุมกลายเป็นว่า แพร่หลายจนดูซ้ำซากจำเจ

แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวแห่แหนกันไปที่ญี่ปุ่นมากกว่าเดิม ประกอบกับวัฒนธรรมป๊อปของประเทศ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โอนิกิริ จึงกลายเป็นตัวเลือกหนึ่งในมื้ออาหารกลางวันของชาวต่างชาติด้วย

นอกจากนี้ ร้านโอนิกิริ อาซาคุสะ ยาโดโรคุ ซึ่งเป็นร้านข้าวปั้นที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว ยังมีชื่ออยู่ในคู่มือ “มิชลิน ไกด์” ปี 2562 ส่งผลให้ข้าวปั้นญี่ปุ่นได้รับการยกระดับสถานะเช่นกัน

“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนที่มองว่าโอนิกิริ เป็นของกินในชีวิตประจำวัน เริ่มเห็นมันเป็นอาหารที่มีคุณภาพ” นายยูสุเกะ นากามูระ ประธานสมาคมโอนิกิริแห่งญี่ปุ่น กล่าว

ตัวเลขจากกระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่า การซื้อโอนิกิริ และผลิตภัณฑ์ข้าวปรุงสำเร็จอื่น ๆ ในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 66% ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สมาคมอาหารสำเร็จรูปแห่งญี่ปุ่น ระบุว่า ในปี 2565 โอนิกิริ เป็นอาหารพร้อมรับประทานที่มีผู้ซื้อบ่อยเป็นอันดับสอง รองจาก “เบนโตะ” หรือข้าวกล่องญี่ปุ่น ซึ่งนากามูระ กล่าวเสริมว่า ร้านค้าที่จำหน่ายโอนิกิริโดยเฉพาะก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากความต้องซื้ออาหารกลับบ้านในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ผู้คนเลือกรับประทานโอนิกิริ มากกว่าอาหารจานเดียวในร้านอาหาร ด้วยเหตุผลเพื่อประหยัดเงิน

“แม้ธัญพืชนำเข้า เช่น ข้าวสาลี มีราคาแพงกว่าเดิมเพราะสงครามในยูเครน แต่ราคาข้าวที่ปลูกในประเทศค่อนข้างคงที่” นากามูระ อธิบาย

ด้าน น.ส.มิยูกิ คาวาราดะ วัย 27 ปี ประธานบริษัท ทาโร โตเกียว โอนิกิริ ซึ่งเปิดร้านค้า 2 แห่งในกรุงโตเกียว เมื่อปี 2565 กล่าวว่า เธอต้องการเปิดร้านโอนิกิริอีกหลายสิบแห่งในต่างประเทศ และคิดว่าของว่างดังกล่าว อาจโค่นล้ม “ซูชิ” ในฐานะอาหารส่งออกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่นได้

“โอนิกิริสามารถเป็นได้ทั้งอาหารมังสวิรัติ หรือฮาลาล และสามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่างได้” คาวาราดะ กล่าวทิ้งท้าย.

แมวแว่น