เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค เปิดตัวแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการใช้ AI ในการจับตา และตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสการครบรอบ 80 ปีของพรรค และตามการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่ใช้งานได้ง่าย เพื่อให้การบริการประชาชนของภาครัฐดีขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแพลตฟอร์ม จะมีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มโครงการของรัฐ เพื่อนำมาวิเคราะห์ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกลุ่มงานแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ AI ของภาครัฐ 1,276 โครงการ รวมงบประมาณ 4,271 ล้านบาท หลายโครงการไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ พรรคจึงกังวลว่า จะมีการทุจริต และภาครัฐไม่ได้มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ชัดเจน แต่หน่วยงานรัฐกลับอ้างโครงการ AI เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ทั้งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ได้อยู่แล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการตรวจสอบ TOR และรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ยังพบว่า สุ่มเสี่ยงการทุจริต และได้โครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กำหนด ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายใน 2 ปีนี้ ในงบประมาณกว่า 4,200 ล้านบาท มีความเกี่ยวข้อง 3 บริษัทเอกชน ที่มีส่วนกับการจัดซื้อจัดจ้าง หลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบในรายละเอียดของเอกชนที่เกี่ยวข้องว่า มีส่วนเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดหรือไม่ หรือเอกชนนั้น มีการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองใดหรือไม่

พร้อมยกตัวอย่างโครงการยกระดับทักษะด้าน AI ของคนไทย หรือ AI Passport ที่มีความเสี่ยงการทุจริตสูง และพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้าน จะใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงการอื่น ๆ ต่อไป ทั้งของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งขณะนี้ กำลังไล่พิจารณาหลายโครงการ ที่มีรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะที่ อว. และกระทรวงศึกษาธิการที่เริ่มมีปัญหา และรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ชะลอโครงการ ซึ่งพรรคกำลังติดตามว่า เหตุใดจึงมีการปรับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ขอเชิญชวนประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับความปกติ หรือความไม่ชอบมาพากลในโครงการต่าง ๆ ขอให้แจ้งมายังพรรค เพื่อพรรคจะได้ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการตรวจสอบ และเมื่อระบบมีความเสถียรแล้ว ก็จะมีการเปิดใช้ให้ประชาชนเข้าถึงต่อไป พร้อมสื่อสารไปยังรัฐบาล ที่เพิ่งประชุมร่วมกับภาคเอกชน และนายกรัฐมนตรี อยากให้มีการป้องกันการทุจริตด้วยการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบว่า รัฐบาลไม่ต้องมีโครงการแพง ๆ เพราะพรรคได้ใช้แพลตฟอร์มนี้แล้ว จึงขอให้ภาครัฐได้เปิดเผยข้อมูลแทน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD ทำให้รัฐมีความโปร่งใสด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในการตรวจสอบ หากพบว่า มีข้อมูลการทุจริตที่ร้ายแรงพอ ก็จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่เบื้องต้นยังสามารถใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบได้ เช่น กลไกกรรมาธิการ การตั้งกระทู้ถาม หรือการเสนอญัตติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ประชาชนเข้าถึงได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งในกรณีที่ภาครัฐไม่เปิดเผยข้อมูล ประชาชนสามารถเรียกร้อง หรือคัดค้านการไม่เปิดเผยข้อมูลได้ หรือการยื่นอุทธณ์ โดยจะต้องมีข้อสรุปภายใน 60 วัน.