หากใครได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวที่ “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” โดยเดินทางขึ้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อผ่านด่านเก็บค่าเข้าอุทยานฯ ไปประมาณ 50 เมตร จะสังเกตเห็นรูปปั้นจำลองช้าง ม้า และบริวารต่างๆ ที่ผู้คนทำมาถวายสักการบูชา “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” กันอย่างเนืองแน่น
‘ปลอดประสพ’ ลั่นเขาใหญ่มี ‘เจ้าพ่อ’ จี้ถามช่างรังวัด-นิติกร เรื่องหมุดส.ป.ก.

“เจ้าพ่อเขาใหญ่” มีชื่อเดิมว่า “นายจ่าง นิสัยสัตย์” บ้านเกิดอยู่ที่ จ.นครนายก รับราชการเป็นปลัดกองทัพไทย ผ่านศึกสงครามกับเพื่อนบ้านข้างเคียงมาอย่างโชกโชน ท่านมีบุคลิกที่สง่างาม สมชายชาตินักรบไทย เมื่อว่างจากสงคราม มักจะขี่ม้าออกเยี่ยมเยือนนักรบไทย ที่เป็นลูกน้องเก่าของท่าน
ครั้งหนึ่งท่านทราบว่าลูกน้องเก่าของท่าน ได้ไปตั้งตัวเป็นโจรบนเขาใหญ่ และเห็นลูกน้องถางป่าบนเขาใหญ่จนเตียนโล่งก็เสียใจมาก ท่านจึงขอร้องให้ลูกน้องเลิกแ ละอพยพกันลงไปอยู่ข้างล่าง แต่มีโจรกลุ่มหนึ่งไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ท่านขอร้อง ทำให้ท่านและหัวหน้าโจรทั้ง 5 กลุ่ม ไม่สบายใจ จึงนัดพบกัน ณ ป่าหญ้าคา ใกล้หนองขิง แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ปรากฏว่าหัวหน้าโจรถูกยิงเสียชีวิต
ในยุคนั้นท่านเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพยำเกรงเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ท่านยังมีน้ำใจโอบอ้อมอารีรักญาติพี่น้อง ให้ความช่วยในทุกๆ ด้าน จวบจนอายุ 75 ปี ท่านได้เสียชีวิตลงด้วยไข้ป่า ทำให้ชาวบ้านต่างพร้อมใจกัน ตั้งศาลเพียงตาไว้ให้ ที่ใต้ต้นกระบกใหญ่บริเวณวัดหนองเคี่ยม จ.นครนายก เรียกศาลนั้นว่า “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่”

หลังจากที่รัฐบาลโดย ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้มีการสำรวจจัดตั้งป่าเขาใหญ่ขึ้นเป็น “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” และได้มีการสร้างถนนสายธนะรัชต์ขึ้นไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ได้เกิดนิมิตฝันถึงเจ้าผู้คุ้มครองเหล่าสรรพสัตว์และป่าเขาใหญ่ จึงได้สั่งการให้มีการจัดตั้งศาลเจ้าพ่อขึ้นที่บริวณ กม.23 ถนนธนะรัชต์ และได้อัญเชิญดวงวิญญาณของท่าน มาสถิตไว้ และขนานนามว่า “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในวันที่ 26 มกราคม ของทุกปี จะมีการบวงสรวงระลึกถึงพระคุณท่าน เพราะในวันดังกล่าว เป็นวันที่อัญเชิญท่านลงมาอยู่ในศาลใหม่นั่นเอง

ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของ “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาผืนป่าเขาใหญ่เอาไว้ตามความเชื่อ ซึ่งหากไม่เชื่อในดวงวิญญาณของท่าน ก็ขอให้เชื่อในคุณความดีที่ท่านเคยฝากไว้บนแผ่นดินไทย โดยการแวะเข้ากราบสักการะ “ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่” เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต และการเดินทางเที่ยวชม และช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าอันสวยงามนี้ร่วมกันสืบไป


