เมื่อวันที่ 29 ก.ย. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเพื่อสนับสนุนข้อมูลในการดำเนินคดีกับ น.ส.พิยดา ทองคำพันธ์ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง ซึ่งถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ขณะนี้เบื้องต้นจากการสืบสวนสอบสวนทางเทคนิคพบว่าผู้ต้องหามีการ ใช้บัญชีของบุคคลอื่น หรือ บัญชีม้า เพื่อส่งถ่ายเงินไปยังบัญชีส่วนตัวของผู้ต้องหามากกว่า 143 บัญชี จากการเปิดอินตาแกรม 6 บัญชี โดยพบว่ามีบัญชีที่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงตัวของผู้ต้องหาชัดเจนประมาณ 17 บัญชี ซึ่งขณะนี้ตำรวจทราบบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีต่างๆ แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ อย่างไรก็ตามใน 17 บัญชี ที่พิสูจน์ทราบเป็นบัญชีที่พิยดาใช้ในการทำธุรกรรมซื้อทรัพย์สินต่างๆ
พ่อ-แม่เลี้ยง ‘พิยดา’ สู้ไม่ถอย ลั่นลูกสาวไม่ได้ฉ้อโกง ชี้แฟนหนุ่มอยู่เบื้องหลัง
ทั้งนี้จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหามีการว่าจ้างบุคคลอื่นให้เปิดบัญชีและรับโอนเงินส่งต่อไปยังบัญชีส่วนตัว ให้บัญชีละ 8,000 บาท โดยมีการประกาศว่าจ้างเปิดบัญชีในโลกโซเชียลอย่างชัดเจน ทั้งนี้หากพบว่าผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชีรายใดรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุนการกระทำความผิดของผู้ต้องหาก็จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน
‘พิยดา’ซีดเพิ่ม! โดนตามยึดทรัพย์อีก บีเอ็ม X1 กับเงิน 7 แสน ที่ใช้ประกันตัว
ขณะที่การตรวจสอบข้อมูลการแจ้งความของตำรวจทั่วประเทศพบว่า มีคดีที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิดผู้ต้องหาเป็นจำนวนมากกว่า 40 คดีทั่วประเทศ แต่บางพื้นที่ยังไม่สามารถดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลทางเทคนิคไปยื่นต่อศาลให้ออกหมายจับให้ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจ บช.สอท. อยู่ระหว่างการทำสรุปข้อมูลพยานหลักฐานทางเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งเชื่อว่าสามารถใช้ในการขอศาลออกหมายจับได้ และจะส่งต่อไปยังสถานีตำรวจต่างๆ ที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้เพื่อออกหมายจับและอายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีต่อในพื้นที่อื่นๆ ต่อ ทั้งนี้เฉพาะพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับพิยดามากกว่า 20 คดี จึงเตรียมประสานกับทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลเรื่องการดำเนินการออกหมายจับอีกขั้นตอนหนึ่ง



