สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลิลองเว ประเทศมาลาวี เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ว่า ชาเควรา ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เมื่อช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ผ่านมา ใน 23 เขต จากทั้งหมด 28 เขตของมาลาวี หลังรัฐบาลประเมินความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก อันเกิดจากเอลนีโญ
“นอกจากฝนที่ล่าช้าและไม่แน่นอน เขตเหล่านี้ยังประสบปัญหาปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอ, อุทกภัย และภาวะแห้งแล้งเป็นเวลานาน ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อพืชผล และแนวโน้มการผลิตอาหาร” ชาเควรา กล่าวในแถลงการณ์
#Malawi president appealed for $200 million in food aid this weekend, saying millions of citizens faced starvation due to a drought linked to the #ElNino weather phenomenonhttps://t.co/wLxFZK0IS8
— The Peninsula Qatar (@PeninsulaQatar) March 24, 2024
ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) พื้นที่เพาะปลูกสำคัญในมาลาวี, โมซัมบิก, นามิเบีย, แซมเบีย และซิมบับเว ได้รับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยเพียง 80% ในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย. ถึงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
ชาเควรา กล่าวเพิ่มเติมว่า การประเมินเบื้องต้นโดยรัฐบาลมาลาวี พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรรมเกือบ 2 ล้านครัวเรือน ได้รับผลกระทบ และพื้นที่เพาะปลูกของประเทศร้อยละ 44.3 ได้รับความเสียหาย
นอกจากนี้ เขายังประมาณการว่า มาลาวีต้องการข้าวโพดมูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการตอบสนองด้านมนุษยธรรม พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกคน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จัดหาทรัพยากรเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว
ขณะที่เครือข่ายเกษตรกรรมภาคประชาสังคมของมาลาวี หรือ “ซิซาเนต” (Cisanet) ระบุว่า หน่วยงานสนับสนุนการเรียกร้องของชาเควรา แต่เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “การลงทุนที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เท่าทันสภาพอากาศ” และการทำให้แน่ใจว่า “มีความโปร่งใสในการจัดสรรทรัพยากร”.
เครดิตภาพ : AFP



