เมื่อวันที่ 2 พ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่เหลือระยะเวลาการใช้งบประมาณเพียง 5 เดือนเท่านั้น โดยขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการจัดทำกรอบระยะเวลาขั้นตอนการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน และต้องเป็นการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าโปร่งใสและตรวจสอบได้ด้วย ขณะเดียวกันตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สรุปผลการดำเนินการจ้างเหมาบริการนักการภารโรง จำนวน 13,751 อัตรา รองรับการเข้ามาปฏิบัติงานให้ทันในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เพื่อช่วยลดภาระครูและโรงเรียนตามนโยบายเรียนดี มีความสุข นอกจากนี้ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งชี้แจงประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้เร็ว อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป โดยจะต้องติดตามการสอบสวนทุกเรื่องอย่างใกล้ชิด

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นที่มีรองผู้อำนวยการโรงเรียนระดับประถมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าจับกุมขณะเรียกรับเงินแลกที่นั่งเรียนจากผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวนเงิน 10,000 บาท เพื่อรับย้ายนักเรียนระหว่างปีการศึกษา โดยนัดมอบเงินที่ห้องทำงานส่วนตัวในโรงเรียนนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานจาก สพฐ.ว่ามีการสั่งพักราชการรองผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวแล้ว พร้อมกับมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร่วมด้วย เนื่องจากมีหลักฐานความผิดที่ชัดเจน ซึ่งตนย้ำมาตลอดว่าเรื่องทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาหรือมีข้าราชการในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้อง หากพบหลักฐานความผิดที่ชัดเจนจะต้องถูกสั่งพักราชการและถูกดำเนินคดีทางวินัยด้วย ดังนั้นในกรณีรอง ผอ.โรงเรียนประถมศึกษาขอนแก่นก็เช่นเดียวกัน ส่วนการมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้เข้ามาช่วยราชการที่ส่วนกลางของ สพฐ.ด้วยนั้น เพื่อเป็นการเปิดทางให้การสอบสวนมีความเป็นธรรมและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการช่วยเหลือการสอบสวนเกิดขึ้น