สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่ากระทรวงศึกษาธิการจีนเปิดตัว แคมเปญแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมไปถึงการบ้านที่มากเกินไป และการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนี่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพจิต
ประกาศดังกล่าวมีขึ้น หลังกระทรวงได้แถลงว่า กำลังดำเนินการให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตแก่ครูและนักเรียน โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้อพยพเด็กในชนบท หรือเด็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ต้องเดินทางไปทำงานในเมืองใหญ่เกือบทั้งปี
China launches campaign to halt school bullying, excessive homework https://t.co/vTkLHnPPf8 pic.twitter.com/Lg2f8Gc5WC
— CNA (@ChannelNewsAsia) May 14, 2024
ทั้งนี้ ประกาศได้ระบุรายละเอียดแนวปฏิบัติเชิงลบในโรงเรียน 12 ประการ รวมไปถึงการละเมิดสิทธิระหว่างช่วงพักเบรก และการเพิกเฉยและอดทนต่อพฤติกรรมกลั่นแกล้ง
นับตั้งแต่ปี 2564 รัฐบาลพยายามปฏิรูปภาคการศึกษา และลดแรงกดดันทางวิชาการต่อนักเรียน โดยการควบคุมอุตสาหกรรมกวดวิชาเอกชนมูลค่า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) เพื่อลดต้นทุนด้านการศึกษา หลังชาวจีนจำนวนมากอ้างว่า ค่าดูแลและค่าเทอมสูงเป็นเหตุผลหลัก ซึ่งทำให้ไม่อยากมีบุตร
การประกาศดังกล่าวมีขึ้น หลังเกิดเหตุสังหารเด็กชายวัย 13 ปี ที่เมืองหานตาน ในมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีน ซึ่งคดีดังกล่าวก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสังคม เกี่ยวกับอาชญากรรมของเด็กและเยาวชน และชะตากรรมของบุตรของแรงงานข้ามชาติทิ้งไว้ที่บ้าน อย่างไรก็ดี เด็กชาย 3 คนถูกจับกุม หลังถูกกล่าวหาว่า รังแกและสังหารนักเรียนคนดังกล่าว เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



