เมื่อวันที่ 16 พ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ในการประชุมผู้บริหารวันนี้ตนได้กำชับเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2567 ซึ่งภาพรวมการเปิดภาคเรียนใหม่ได้รับรายงานว่ามีความเรียบร้อยดี ไม่พบอุปสรรคอะไร โดยในส่วนของตนเองได้ตรวจเปิดภาคเรียนใหม่เช่นเดียวกัน แต่เป็นการตรวจเปิดภาคเรียนด้วยมิติใหม่ คือ การให้ไลฟ์สดตรวจความพร้อมเปิดภาคเรียนไปพร้อมกับสถานศึกษาทุกภูมิภาค ซึ่งหลายโรงเรียนดำเนินการตามนโยบายเรียนดีมีความสุขได้อย่างเรียบร้อย โดยเฉพาะนโยบายสุขาดีมีความสุข ที่ทุกสถานศึกษาทำได้อย่างดีเยี่ยม เพื่อให้เด็กได้เข้าห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะอนามัยอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ได้ย้ำให้สถานศึกษาตรวจความปลอดภัยในโรงเรียนทุกด้าน เช่น สภาพอาคารเรียน จุดอับจุดเสี่ยง และคอยดูแลเด็กก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียน เป็นต้น ส่วนมาตรการด้านสุขภาพที่หลายฝ่ายเป็นห่วงสถานการณ์โควิดจะมีการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดภาคเรียนนั้น ตนคิดว่า ขณะนี้โรคโควิดได้ปรับระดับความรุนแรงลดลงเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว ดังนั้นมาตรการเรื่องนี้ของสถานศึกษายึดแนวปฎิบัติเดิมของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คือ การเว้นระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รวมถึงการตรวจวัดไข้นักเรียน หากพบเด็กคนไหนมีไข้สูงให้หยุดเรียนทันที
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ภายหลังจากการเปิดภาคเรียนที่ 1 ไปแล้ว ตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจเด็กที่หลุดระบบการศึกษา เนื่องจาก สกร. มีหน่วยระดับอำเภอและตำบลอยู่ทุกพื้นที่ จึงสามารถเข้าถึงข้อมูลครัวเรือนของนักเรียนได้มากกว่าว่า การที่เด็กหลุดระบบการศึกษามาจากสาเหตุใด ดังนั้นเมื่อสำรวจพบเด็กตกหล่น จะให้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการดึงเด็กเข้าระบบการศึกษาต่อไป ขณะเดียวกัน ศธ. มีแนวคิดในการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองในระหว่างเปิดภาคเรียนด้วย ซึ่งแม้รัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่ในบางกิจกรรมยังต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยอาจจะเปิดลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ปกครองด้านภาระค่าใช้จ่ายด้านการเรียนต่างๆ ให้ ซึ่งขณะนี้อยู้ระหว่างการดำเนินการจัดทำข้อมูล



