เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ดเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกับพวก กรณีออกประกาศข้อกำหนดในมาตรา 9 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรียกค่าเสียหาย 4,500,000 บาท และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนข้อกำหนดดังกล่าว คำฟ้อง ระบุว่า โจทก์ทั้งสามคนถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบ จากการร่วมปราศรัยในการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งข้อกำหนดและประกาศดังกล่าว เป็นการจำกัดการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 รัฐสามารถจำกัดสิทธิบางอย่างได้ แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามชุมนุม และการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เพื่อควบคุมโรคระบาด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แม้จะไม่ใช่สถานที่แออัด ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ทุกครั้งที่จัดการชุมนุมคนจัดและผู้ปราศรัยการชุมนุมจะถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามมาตลอด จนขณะนี้มีคดีมากกว่า 483 คดี มีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดี มากกว่า 1,171 คน เราเห็นว่าข้อจำกัดที่ห้ามชุมนุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กว้างขวางและจำกัดสิทธิเสรีภาพจนเกินไป จึงมาฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หมายความว่า ให้ศาลสั่งว่าข้อกำหนดและคำสั่งไม่เคยมีมาตั้งแต่แรกและให้มีผลย้อนหลัง ก็จะทำให้คดีความต่าง ๆ ของผู้ชุมนุมให้มีอันถูกยกเลิกไปด้วย ถ้าการชุมนุมผิดกฎหมายอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายได้
ด้าน นายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ กล่าวว่า นอกจากนี้แล้ว เราจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินให้ระงับการบังคับใช้ประกาศและข้อกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา หากมีชุมนุม ก็จะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ทั้งนี้ ศาลแพ่ง ได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ที่ พ.4639/2564 โดยกำหนดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 31 ม.ค.65 เวลา 09.00 น.



