วันที่ 28 พ.ค. ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานเสวนา “เดลินิวส์ ทอล์ก 2024” หัวข้อ โจทย์ใหญ่!! อสังหาริมทรัพย์ไทยฟื้นอย่างไรให้ยั่งยืน จัดโดย นสพ.เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ ได้กล่าวในท่อนหนึ่งของการเสวนาเรื่อง “ส่องอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมผงาดแค่ไหน?” พูดถึงมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ รัฐบาล ซึ่งจะช่วยทั้งคนซื้อและคนขาย เช่น มาตรการของบีโอไอ ช่วยคนขายเพราะได้ขยายจากสร้างบ้านไม่เกิน 1.2 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท มีแรงจูงใจจะได้รับสิทธิประโยชน์

“มาตรการบีโอไอที่สร้างบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และสัดส่วนต้องไม่ต่ำกว่า 80% จะช่วยผู้ประกอบการได้ และจะไปสู่ผู้บริโภคก่อน ราคาที่ทำได้จะกำหนดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แต่ถ้าเกิน 1.5 ล้านบาท จะไม่ได้รับสิทธิ”

ทั้งนี้ จากข้อมูลการสำรวจรายได้คน กทม. ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท มีถึง 80% และรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท มีถึง 50% และบ้านส่วนใหญ่ราคา 1-2 ล้านบาท เป็นตลาดใหญ่ และเต็มไปด้วยคนที่ยังเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ ธนาคารไม่อยากปล่อยมูลค่าบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพราะหนี้เสียเยอะ ทำให้ไม่อยากปล่อยกู้ ปัญหาใหญ่คือไม่มีใครแก้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น คือ หนี้ครัวเรือน รัฐบาลทำในสิ่งที่ทำได้ คือลดราคาสินค้า ลดค่าธรรมเนียม มีแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการและคนซื้อ ทำให้ซื้อขายด้วยราคาบ้านล้วนๆ และมาตรการผ่านแบงก์รัฐให้กู้ได้ง่ายขึ้น

“รายได้คน กทม. ไม่เยอะ แต่ดอกเบี้ยเพิ่ม 1% ทำให้ราคาบ้านเพิ่ม 11% บวกราคาที่ดินเพิ่ม ต้นทุนเพิ่ม แต่รายได้คนไม่เพิ่ม คงไม่สามารถใช้เวลา 1-2 ไตรมาส ในการแก้หนี้ครัวเรือน ยอมรับว่ายากแก้หนี้ไม่ให้เกิดมอรัลฮัดซาร์ด ไต่ระดับจาก 70% เป็น 91% ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งมอรัลฮัดซาร์ดเป็นความเคยตัว รอความช่วยเหลือ ไม่พยายามแก้หนี้ ไม่คืนหนี้เอง เพราะจะมีคนมาช่วย เป็นเรื่องไม่ดี เรื่องหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหา ไม่สามารถกลับไปอยู่จุดเดิมได้เร็ว”

ดร.เกษรา กล่าวว่า รายได้มาจากรัฐเก็บส่งให้ และ กทม. เก็บเอง รัฐเก็บหวังไม่ได้ คือเช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวต หากเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ กทม. ก็ไม่ดี ส่วนรายได้หลัก กทม. คือภาษีที่ดิน และภาษีป้าย โดย กทม. เก็บเอง คือ ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลลดภาษีช่วงโควิด เลื่อนระยะเวลาการเก็บ กระทบการจัดเก็บบ้าง งบทำฟุตปาธน้อยลง ถ้ารายได้น้อย เงินมาพัฒนาก็น้อยลง