กรณีที่กรมราชทัณฑ์ นำโดย นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้พิจารณาสถานที่คุมขังนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังรายสำคัญซึ่งหลบหนีไปจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ขณะนอนพักรักษาตัวนอกเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 66 รวมระยะเวลา 222 วัน ก่อนทางการไทยได้รับการประสานจากทางการอินโดนีเซีย ยืนยันสามารถจับกุมตัวได้ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 4 มิ.ย. ทางการอินโดนีเซียส่งตัวนายเชาวลิต กลับประเทศไทย และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามขั้นตอน ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ผบ.คุกบางขวาง เปิดขั้นตอนรับ ‘เสี่ยแป้ง’ กักโรคโควิด 5 วันก่อนพิจารณาแดนขัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. “เดลินิวส์ออนไลน์” พาสำรวจอาณาเขตพื้นที่และหลักปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวาง ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด เพราะต้องควบคุมผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษสูง “เรือนจำกลางบางขวาง” หรือชื่อดั้งเดิม “เรือนจำกองมหันตโทษ” เป็นเรือนจำที่ใช้คุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษจำคุก 15 ปี จนถึงโทษประหารชีวิต เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2476 บนเนื้อที่ 136 ไร่ ล้อมกำแพงสูง 6 เมตร มีรั้วไฟฟ้าแรงสูง มีหอคอยพร้อมพลแม่นปืนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เรือนจำเเห่งนี้ก่อตั้งจากรัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ให้ย้ายเรือนจำกองมหันตโทษออกจากเขตพระนคร เมื่อมีการเปลี่ยนโทษการประหารชีวิตจากการ “ตัดคอ” เป็นการยิงเป้า เมื่อปี 2478 ก็ใช้สถานที่นี้เป็นสถานที่ประหารตลอดมา มีนักโทษเด็ดขาดถูกประหารชีวิตโดยเพชฌฆาตของเรือนจำไปแล้ว 326 ราย เป็นนักโทษชาย 323 ราย และนักโทษหญิง 3 ราย ปัจจุบันการประหารชีวิตเปลี่ยนมาใช้วิธีฉีดยาพิษเข้าสู่ร่างกาย

อัตราความจุและการควบคุมของเรือนจำกลางบางขวาง ปกติสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ 5,000 คน พื้นที่ภายในกำแพงเรือนจำเป็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 6 เมตร ยาวโดยรอบ 2,406 เมตร มีสายไฟฟ้าแรงสูงอยู่บนสันกำแพง มีป้อมรักษาการณ์รอบกำแพง 21 ป้อม ปัจจุบันมี นายยุทธนา นาคเรืองศรี เป็น ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง จากข้อมูล ณ วันที่ 1 มิ.ย. 67 เรือนจำกลางบางขวางควบคุมผู้ต้องขังรวม 4,748 คน ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังชาย ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นนักโทษเด็ดขาด 4,319 คน อีก 429 คน เป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณา

“เรือนจำกลางบางขวาง” มีการบริหารการจัดการในการควบคุมผู้ต้องขังเป็น 17 แดน ดังนี้ ฝ่ายควบคุมแดน 1 (ขณะนี้อยู่ระหว่างปิดปรับปรุง) ฝ่ายควบคุมแดน 2 (แดนควบคุมผู้ต้องขังเข้าใหม่ และควบคุมนักโทษเด็ดขาดซึ่งมีกำหนดโทษสูง ตั้งแต่ 50 ปี ถึงตลอดชีวิต และคุมขังนักโทษประหารชีวิต) ฝ่ายควบคุมแดน 3 (แดนควบคุมนักโทษเด็ดขาด มีอำนาจรับและควบคุมนักโทษเด็ดขาดที่มีกำหนดจำคุกตั้งแต่ตลอดชีวิตลงมา และผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา หรือระหว่างพิจารณาของศาล ที่มีกำหนดโทษต่ำกว่าตลอดชีวิต) ฝ่ายควบคุมแดน 4 (แดนควบคุมนักโทษเด็ดขาดที่มีโทษตั้งแต่ 50 ปี ลงมา) ฝ่ายควบคุมแดน 5 (แดนควบคุมผู้ซึ่งมีโทษประหารชีวิต ทั้งที่คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว และคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา)

ฝ่ายควบคุมแดน 6 (แดนควบคุมเฉพาะผู้ต้องขังคดีผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ตลอดชีวิตลงมา) ฝ่ายควบคุมแดน 7 (มอบพื้นที่ให้เรือนจำจังหวัดนนทบุรี) ฝ่ายควบคุมแดน 8 (ปิดปรับปรุง) ฝ่ายควบคุมแดน 9 (จัดเป็นแดนสูทกรรมสำหรับหุงต้มอาหารเลี้ยงผู้ต้องขัง) ฝ่ายควบคุมแดน 10 (แดนความมั่นคงสูง สำหรับลงโทษผู้กระทำผิดวินัยของเรือนจำ และควบคุมความประพฤติผู้ต้องขังที่มีปัญหาด้านความประพฤติกระทำผิดวินัยหลายๆ ครั้ง อยู่ร่วมกับผู้ต้องขังทั่วไปไม่ได้) ฝ่ายควบคุมแดน 11 (สถานที่สำหรับประหารชีวิตโดยเฉพาะ ไม่มีตึกนอนของผู้ต้องขัง และเมื่อมีการดำเนินการประหารชีวิต จึงจะนำตัวนักโทษมาดำเนินการ) ฝ่ายควบคุมแดน 12 (ที่ตั้งของสถานพยาบาล มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังป่วย) ฝ่ายควบคุมแดน 13 (แดนสำหรับฝึกวิชาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง) ฝ่ายควบคุมแดน 14 (จัดเป็นหอประชุมสำหรับประกอบพิธี หรือประกอบกิจกรรมของผู้ต้องขัง เป็นสถานที่จัดงานวันพบญาติ จัดแข่งขันฟุตบอลประจำปี ไม่มีตึกนอน)

ฝ่ายควบคุมแดน 15 (แดนกลางซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ตั้งอยู่และหัวหน้าหน่วยงานนั้นๆ รับผิดชอบโดยเฉพาะ ได้แก่ ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ศูนย์ฝึกอบรมจิตภาวนา ห้องเก็บพัสดุกลาง งานผู้ช่วยเหลือและประสานงานและตึกนอนสำหรับผู้ต้องขังที่จ่ายออกไปทำงานภายนอกเรือนจำ เป็นต้น) ฝ่ายควบคุมแดน 16 (แดนที่ใช้เก็บพัสดุในการฝึกวิชาชีพ และใช้เป็นโรงย้อมผ้าไม่มีตึก) และฝ่ายควบคุมแดน 17 (แดนที่ใช้ควบคุมผู้ต้องขังสูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)

เรือนจำกลางบางขวางมีแดน 10 ที่เรียกว่า “แดนควบคุมพิเศษ” ซึ่งจะมีผู้คุมที่ทำงานค่อนข้างเข้มงวด เพราะเป็นแดนคุมขังสำหรับผู้ต้องขังเกเร อยู่ร่วมกับสังคมผู้ต้องขังรายอื่นๆ ไม่ได้ ก่อเหตุทำร้ายตัวเอง หรือทำร้าย เจ้าหน้าที่ผู้คุมจะมีไม้ตะบองถือไว้ติดตัว รวมถึงมีอาวุธปืนลูกซอง ซึ่งเป็นปืนที่ใช้ในการระงับเหตุร้าย โดยจะมีมาตรการการพิจารณาใช้อาวุธปืนลูกซอง หากเข้าข้อกฎหมาย 3 ประการนี้ คือ 1.สั่งให้หยุดแล้วไม่หยุด 2.สั่งให้วางอาวุธแล้วไม่วาง และ 3.มีผู้ก่อเหตุตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวาย ทั้งนี้ หากไม่เข้าข้อกฎหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ผู้คุมจะใช้อาวุธปืนลูกซองยิงเตือนผู้ต้องขังไม่ได้

เรือนนอนของแดน 10 มีความสูง 4 ชั้น ประตูจะมีหลายชั้น เพื่อรักษาความปลอดภัย เรือนนอนแดน 10 จะแตกต่างกับเรือนนอนทั่วไปเพราะไม่มีพัดลม ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีหนังสือ และจะถูกคุมขังตั้งแต่เวลา 15.00-06.00 น. จะร้อนหรือหนาวก็ต้องทนให้ได้ โดยจะต้องถูกลงโทษ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ลักษณะการปกครองของเจ้าหน้าที่ผู้คุมในแดน 10 ยังคงต้องมีความยุติธรรม ผู้ต้องขังประพฤติผิดก็ต้องถูกลงโทษ หากไม่ผิด แต่จะขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ก็จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่.