นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ใน ระยะที่ 2 (1-31 พ.ค.) สามารถดำเนินการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในส่วนการแก้ปัญหาบัญชีม้า สามารถระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 800,000 บัญชี แบ่งเป็น ปปง. ปิด 344,079 บัญชี ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี และศูนย์ เอโอซี ระงับ 171,794 บัญชี และได้ตั้งเป้าหมายปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลที่เปิดบัญชีม้า ให้ได้มากกว่า 12,000 คนต่อเดือน หรือ 100,000 บัญชีต่อเดือน
ส่วนการแก้ไขปัญหาซิมม้าและซิมที่ผูกกับโมบายแบงก์กิ้ง ได้ระงับหมายเลขโทรฯ ออกเกิน 100 ครั้ง/วัน แล้ว 42,298 หมายเลข มีผู้มายืนยันตัวตน 372 เลขหมาย ไม่มายืนยันตัวตน 41,926 เลขหมาย ส่วนผู้ถือครองซิมการ์ดมากกว่า 100 ซิม โดยมีเลขหมายที่เข้าข่าย 5 ล้านเลขหมาย ไม่มายืนยันตัวตนตามกำหนดในวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา จำนวน 2.4 ล้านเลขหมาย ได้ถูกระงับซิมชั่วคราวไปแล้วทั้งสิ้น 2.3 ล้านเลขหมาย ส่วนผู้ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย ต้องยืนยันตัวตนภายในวันที่ 13 ก.ค. นี้ มีเลขหมายที่เข้าข่าย 4 ล้านเลขหมาย มีผู้มายืนยันตัวตนแล้ว 1 ล้านเลขหมาย และยังไม่มายืนยันตัวตน จำนวน 3 ล้านเลขหมาย และการตรวจสอบซิมที่ใช้กับโมบายแบงกิ้งต้องชื่อตรงกัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในระยะเวลา 120 วัน
สำหรับการดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสายโทรศัพท์ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านนั้น ทางสำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตตรวจสอบ และทำการรื้อถอน ปรับทิศทาง หรือลดกำลังส่งสายอากาศ เพื่อให้มีพื้นที่การให้บริการครอบคลุมเฉพาะภายในประเทศ ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.แม่สาย อ.เชียงของ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี อ.เมือง จ.ระนอง โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 19 มิ.ย. 67

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ในการแก้กฎหมายเร่งด่วนนั้น มี 3 ประเด็น คือ 1. เร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย 2. การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล และ 3.การป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยมาตรการปรับปรุงกฎระเบียบ/แนวปฏิบัติเพื่อการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้าย โดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมายนั้น ได้ดำเนินการดังนี้ ก.ล.ต. ร่วมกับ ปปง. ผลักดันให้มีการยกระดับหลักเกณฑ์ด้านการฟอกเงินของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการฟอกเงินของ Financial Action Task Force (FATF)
และสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติงาน เรื่องการพิจารณาบัญชีต้องสงสัยว่าถูกใช้ในการกระทำผิด เพื่อเป็นแนวปฏิบัติ (guideline) สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการพิจารณาคัดกรองการเปิดบัญชีและการทำธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่าถูกใช้ในการกระทำความผิด
ขณะที่การแก้ไขปัญหาการซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์แบบใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) โดยเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 67 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้จัดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาฯ ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. ….
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนการจับกุมคดีออนไลน์รวมทุกประเภท พ.ค. 67 มีจำนวน 2,295 ราย ลดลง 8% เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 2,495 คนต่อเดือน (ม.ค.-มี.ค. 67) การจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์ พ.ค. 67 มีจำนวน 991 ราย ลดลง 7% เทียบกับการจับกุมเฉลี่ย 1,064 คนต่อเดือน การจับกุมคดีซิมม้า บัญชีม้า มีจำนวน 199 ราย ลดลง 17% เทียบกับการจับกุมเฉลี่ย 240 คนต่อเดือน ขณะที่การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน ที่ผิดกฎหมายทุกประเภท จำนวน 15,758 รายการ เพิ่มขึ้น 9.3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“ในภาพรวมของการดำเนินงานอย่างบูรณาการ มีผลงานชัดเจน เป็นตัวเลขที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากในเดือน เม.ย. อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ เพื่อให้จำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจากคดีออนไลน์ลดลงโดยเร็ว ช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชน” นายประเสริฐ กล่าว



