เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 ก.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายพรหมทัต  นุ่มนิ่ม อายุ  24 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ค.64 เวลา 14.43 น.นายบุญนำ ณรงค์น้อย กำนันตำบลท่าข้ามได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบอาวุธสงครามฝังดินอยู่ท้ายสวน ของบ้านเลขที่ 15 หมู่ 13 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงประสานพ.ต.ท.มธกร ฤทธิ์เนื่อง รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ท่าแซะ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด EOD เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นสวนปาล์มน้ำมันมีร่องรอยการขุดดินเป็นหลุมไม่ลึกมากนัก 2 หลุมติดกัน

โดยหลุมแรกฝังอาวุธสงครามบางส่วนโผล่ออกมาให้เห็น ตรวจสอบพบเป็นปืนสงคราม 1 .ปืนกลเอ็ม 60 จำนวน 2 กระบอก  เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 1 กระบอก ส่วนอีกหลุมเป็นกระสุนปืนเล็กยาว ขนาด 7.62 มม. จำนวน 4 ลัง 4.กระสุนปืนเล็กยาว ขนาด 5.56 มม.จำนวน 1 ลัง 5.ซองบรรจุกระสุนปืน  จำนวน 77 ซอง จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของทางราชการระบุสังกัดกองร้อยตชด.414 (บ้านยายไท) ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานไป ได้มีเจ้าหน้าที่ตชด.มาตรวจสอบยืนยันว่า เป็นอาวุธปืนสงครามที่ถูกคนร้ายขโมย ไปจากคลังอาวุธของคืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างติดตามจับกุมคนร้าย

กระทั่งเมื่อกลางดึกของวันนี้ เจ้าหน้าที่ชุด ตชด 414 สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้คือ นายพรหมทัต ได้ขณะนอนในขนำภายในสวนปาล์มน้ำมัน ใกล้จุดเกิดเหตุที่นำอาวุธปืนสงครามไปฝังดินซ่อนไว้พร้อมจยย.ซูซูกิ สแมช สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถเข็น 2  ล้อ ฆ้อนปอน 1 อัน ที่ใช้กระทำความผิด

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล โดยนายพรหมทัต รับสารภาพว่า ยังมีอาวุธที่ขโมยมาซุกซ่อนอยู่อีกจุด ซุกซ่อนอยุ่ในป่ากระถินเทพา ที่ด้านหลังกองร้อยตชด.414  เนื่องจากอาวุธที่ขโมยออกมาขนเที่ยวเดียวไม่หมด เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจสอบพบมี 1.ปืนอาร์พีจี 5 กระบอก 2.ลำกล้องสำรองปืน เอ็ม 60 จำนวน 2 กระบอก 3.ลูก ค.10 จำนวน 80 นัด 4.ลูก กปล.ขนาด 5056 จำนวน 500 นัด

โดยนายพรหมทัต ให้การว่า ได้ขี่จยย.พ่วงรถเข็นคันดังกล่าวไปก่อเหตุ ร่วมกับเพื่อนอีกคนชื่อนายเอ็มโดยตนได้ขี่จยย.พ่วงรถเข็นไปจอดซุ่มไว้ในป่าละเมาะแล้วเดินลัดเลาะเข้าไปที่คลังอาวุธ ซึ่งอยู่ด้านหลังกองร้อยตชด.414  บ้านยายไทย ต.สลุย อ.ท่าแซะแล้วงัดทะลายสิ่งกีดขวางเข้าไปเอาปืนสงคราม และเครื่องกระสุนปืนออกมาใส่รถเข็น แล้วใช้ผ้าคลุมทับขับออกมาบนถนนเพชรเกษม ส่วนนายเอ็มเพื่อนที่ร่วมวางแผนได้ลงระหว่างทาง แล้วให้ตนขี่จยย.พ่วงรถเข็น บรรทุกปืนสงคราม และเครื่องกระสุนไปเพียงลำพังคนเดียว

โดยตนขับเลี้ยวเข้าไปในถนนซอยตามหมู่บ้าน จนกระทั่งถึงบ้านที่ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร แล้วเอาปืนทั้งหมด ไปขุดหลุมฝังไว้ ส่วนกระสุนปืนได้แยกฝังอีกหลุม ซึ่งอยู่ติดๆกัน ที่บริเวณท้ายสวนของยายตนเอง เพื่อรอไว้ส่งขายให้กับบุคคลที่ต้องการจะซื้อ จนกระทั่งมีคนไปเจอแล้วแจ้งตำรวจมาจับกุมตนดังกล่าวส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอยู่ระหว่างติดตามจับกุม และขยายผลว่ามีใครร่วมขบวนการวางแผนอีกหรือไม่เพื่อจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป