กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีภารกิจสำคัญอีกเรื่องนอกเหนือจากนโยบายอื่น นั่นคือการทำให้เกิด “ความมั่นคงยั่งยืนทางด้านอาหาร” ก่อนหน้านี้ดำเนิน โครงการ BKK Food Bank ขึ้น เพื่อสร้างสังคมแแห่งการแบ่งปัน และช่วยเหลือบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจให้กลุ่มเปราะบางที่อยู่ในเมืองกรุง แต่นั่นก็เป็นเพียงหนึ่งนโยบายที่เกิดผลลัพธ์ปลายทาง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ หากประชาชน สามารถผลิตอาหารไว้บริโภคเองได้ในครัวเรือนและเพียงพอ จะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกัน

นายแสนยากร อุ่นมีศรี ผอ.นักพัฒนาสังคม กล่าวว่า ตามนโยบายนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่ให้สำนักพัฒนาสังคมจัดทำโครงการ “ส่งเสริมการปลูกผักเพื่อความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชนใน กทม.” ส่วนส่งเสริมเกษตรกรรม สำนักงานการส่งเสริมอาชีพ จึงดำเนินโครงการดังกล่าวนำร่องตั้งแต่ปี 66 ชักชวนประชาชน ซึ่งไม่ได้มีเพียงพื้นที่รอบนอกที่เป็นพื้นที่เกษตร แต่พื้นที่ “ในเมือง” ก็สามารถเป็นเกษตรกรปลูกผักไว้กินเอง ได้มาเข้าร่วมโครงการปลูกพืชผักเกษตรปลอดสารพิษ เขตละ 4 ราย มีผู้เข้าร่วมโครงการครบทั้ง 50 เขต รวม 205 ราย เป็นพื้นที่ปลูกที่เข้าร่วมโครงการ 82.85 ไร่

โดยสำนักพัฒนาสังคม ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักให้กับผู้เข้าร่วมโครงการแปลงละ 9 ชนิด เป็นประเภทพืชผักสวนครัวที่สามารถใช้บริโภคเองในครัวเรือนได้ และยังเป็นเมล็ดพันธุ์ตามความต้องการของประชาชน ได้แก่ คะน้า พริกขี้หนู มะเขือเปราะ โหระพา กะเพรา ผักบุ้ง ผักกาดขาว กวางตุ้ง ดอกกวางตุ้ง

ระหว่างนั้น จะมีนักวิชาการเกษตรของส่วนส่งเสริมเกษตรกรรม ลงพื้นที่ให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาด้านการปลูก การดูแลการป้องกัน การกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งให้ความรู้วิธีการผลิตเมล็ดพันธุ์เก็บไว้ปลูกหมุนเวียนตลอดปี เพื่อความมั่นคงทางอาหาร

ต่อมาปี 67 ได้จัดทำโครงการ ส่งเสริมการปลูกผักเพื่อความมั่นคงทางอาหารให้แก่ชุมชน 100 ชุมชนจาก 50 เขต มีการจัดอบรมให้ความรู้ และมอบปัจจัยการผลิตเพื่อต่อยอดพื้นที่อาหารจากการปลูกผักกินเองสู่การสร้างรายได้เสริม หรือต่อยอดเป็นอาชีพ ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะมีชุมชนเข้าร่วมโครงการปลูกผักปลอดสารไว้บริโภคเองในชุมชนครบตามจำนวนที่ตั้งเป้าไว้

ผอ.สำนักพัฒนาสังคม กล่าวต่อว่า การปลูกผักไว้กินเอง หากสามารถต่อยอดเป็นรายได้ให้กับผู้ปลูกได้จะเป็นเรื่องดี ทำให้มีรายได้หมุนเวียนภายในครอบครัวและชุมชน ผู้ว่าฯ กทม. จึงมอบนโยบายให้ส่งเสริมเกษตรกรและชุมชนที่ปลูกผักได้รับ มาตรฐานสินค้าเกษตรของกรุงเทพฯ หรือ “Bangkok G” ซึ่งเป็นมาตรฐานผลผลิตทางการเกษตรของ กทม. โดยดำเนินงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ในการตรวจรับรองแหล่งผลิตพืช และประเมินแหล่งผลิตพืช

“ถือเป็นการยกระดับผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรที่ปลูกให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของตลาด และผู้บริโภค รวมทั้งยังสร้างโอกาสในการแข่งขันด้านการตลาดและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย”

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ผลผลิตผ่านการรับรองมาตรฐาน Bangkok G จำนวน 8 เขต เกษตรกร 14 ราย มีผลผลิตได้รับการรับรองทั้งสิ้น 91 รายการ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนปลูกผัก แต่หลายคนยังกังวลเรื่องตลาดในการนำสินค้ามาจำหน่าย ประเด็นนี้ ผอ.สำนักพัฒนาสังคม ระบุ เรื่องสถานที่จำหน่ายหรือตลาดนั้น กทม. เตรียมไว้พร้อมเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยจัด ตลาดเกษตรกร Farmer Market เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ผู้ค้า ผู้ประกอบการ นำผลผลิตมาจำหน่ายในพื้นที่ของราชการ ซึ่งส่วนงานส่งเสริมเกษตรกรรม ประสานสำนักงานเขต และสวนสาธารณะ 12 แห่ง จัดตลาดเกษตรกรให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตร นำพืชผัก ผลไม้ สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าเพื่อสุขภาพมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่จัดตลาดเกษตรกร Farmer Market เห็นผลการตอบรับที่ดี ทั้งเกษตรกรและประชาชนมีช่องทางในการซื้อขายในราคาที่เป็นธรรม สนใจร่วมซื้อสินค้าติดตามวันเวลาจัดตลาดได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Bangkok Farmers’ Market.