นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัด กทม. ลงเรือตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งพระนคร ตั้งแต่ท่าเรือห้างบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ ถึงคลองบางเขนเก่า และริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ช่วงสะพานพระราม 7 ถึงท่าเรือห้างบิ๊กซีราษฎร์บูรณะ โดยมี นายธรณ์เทพ ชัยธนกวิน ผู้ช่วยเลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. คณะกรรมการประสานและติดตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
สำหรับพื้นที่กทม. มีแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวประมาณ 87.93 กม. ซึ่งเป็นแนวป้องกันตนเองของเอกชนหรือหน่วยงานอื่น ยาวประมาณ 8.30 กม. (ปี 2563 มีแนวป้องกันตนเอง ความยาวประมาณ 9 กม. ลดลง 700 ม.) และเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมของกทม. ซึ่งก่อสร้างโดยสำนักการระบายน้ำ ความยาวประมาณ 79.63 กม. (ปี 2563 มีแนวป้องกันน้ำท่วมของกทม. ความยาวประมาณ 78.93 กม. เพิ่มขึ้น 700 ม.) สำหรับแนวป้องกันน้ำท่วมของกทม. มีดังนี้
1.แนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาวรวม 52.70 กม. 2.แนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองบางกอกน้อย ความยาวประมาณ 8.57 กม. 3.แนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองมหาสวัสดิ์ ความยาวประมาณ 15.49 กม. 4.แนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองชักพระ ความยาวประมาณ 0.67 กม. และ 5.แนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองพระ ความยาวประมาณ 2.20 กม. ขณะที่แนวป้องกันตนเองของเอกชนหรือหน่วยงานอื่น ความยาวประมาณ 8.30 กม. ประกอบด้วย แนวป้องกันตนเองที่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ความยาวประมาณ 5.788 กม. และแนวป้องกันตนเองที่ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ (แนวฟันหลอ) ความยาวประมาณ 2.512 กม. เช่น ท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า อู่จอดเรือ ร้านค้าริมน้ำ อาคารโกดังสินค้า ปัจจุบันมีทั้งสิ้น จำนวน 14 แห่ง ในพื้นที่ 9 เขต สำนักการระบายน้ำได้เข้าเรียงกระสอบทรายป้องกันน้ำประจำทุกปี รวมถึงปีนี้ได้เรียงกระสอบทรายป้องกันเสร็จแล้วความยาวประมาณ 2.90 กม.
เบื้องต้น รองผู้ว่าฯ กทม. มอบหมายสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตในพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยตามแนวเรียงกระสอบทราย รวมถึงติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่น้ำขึ้นสูงและน้ำทะเลหนุน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าท่วมถนนและพื้นที่ด้านในด้วย.





