เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กลุ่มพนักงานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง รวมตัวเดินทางเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หลังถูกเลื่อนจ่ายเงินเดือนต่อเนื่องมา 5 เดือน สร้างความเดือดร้อนหนัก บางคนต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวไปขายเพื่อใช้ชีวิตกับครอบครัว
นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายรายหนึ่ง เผยว่า พวกตนเป็นพนักงานบริษัท อสังหาริมทรัพย์ระดับมหาชนแห่งหนึ่ง ได้รับผลกระทบจากการที่ทางบริษัทไม่จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายเดือน โดยทางบริษัทอ้างว่าได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามที่ช่องแคบฮอร์มุช และ อสังหาริมทรัพย์ ทำให้ขาดสภาพคล่องตั้งแต่เดือน เม.ย. 68 โดยมีการแบ่งจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานเป็นงวดๆ จนกระทั่งปี 69 มีการค้างเงินเดือนมากถึง 5 เดือน ซึ่งตอนนี้พนักงานได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก เพราะว่าบางคนต้องมีค่าใช้จ่ายภายในบ้านหลายอย่าง เช่น ค่าเทอม , ผ่อนบ้าน , ผ่อนรถ และค่าอื่นๆ อีกที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก จนบางคนต้องยอมนำทรัพย์สินส่วนตัวไปขายหรือจำนำเพื่อมาเลี้ยงครอบครัว

ทำให้พนักงานบริษัทแห่งนี้ บางคนต้องทุ่มเงินไปฟ้องร้อง หรือ นำเรื่องไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่างๆ จึงรวมตัวจัดตั้งกลุ่มไลน์ รวบรวมพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกันขึ้นมา เพื่อเรียกร้องสิทธิของตัวเองในเรื่องของเงินเดือน ก่อนจะได้รับคำแนะนำให้มาร้องทุกข์ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่ก่อนที่จะมาร้องทุกข์ทางพนักงานได้มีการทำหนังสือทวงถามและเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารบริษัทดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ ถึงเรื่องขั้นตอนการจ่ายเงินกลับมา
ขณะนี้ มีรายชื่อพนักงาน อยู่ในกลุ่มของตนรวมแล้วมากกว่า 240 คน จากพนักงาน 500 กว่าคน แต่ไม่สามารถทราบมูลค่าความเสียหายได้ว่าเป็นเงินกี่บาท เพราะพนักงานแต่ละคนมีฐานเงินเดือนที่ไม่เท่ากัน แต่เชื่อว่าหลักร้อยล้านบาทแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานทุกคนยังคงทำงานอยู่ด้วยความตั้งใจ เพราะว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องทำให้สมบูรณ์ที่สุด ส่วนเรื่องเงินให้มันเป็นไปตามกระบวนการของบริษัทหรือกฎหมาย กลุ่มพนักงานก็ต้องติดตามให้บริษัทลงมาคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันว่า จะแบ่งจ่ายให้เราในรูปแบบไหนได้บ้าง
ส่วนเรื่องที่พนักงานจะทำงานอยู่ต่อที่บริษัทนี้หรือไม่ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคนว่า ใครยังอยากจะต้องทำงานต่อ หรือ พิจารณา ไปทำอย่างอื่น เนื่องจากบริษัทดังกล่าว ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ ดูแลกันดีและจ่ายเงินเดือนตรงเวลามาโดยตลอด หากเรื่องดังกล่าว จะจบลงด้วยดี ตนเชื่อว่าพนักงานหลายคนก็ยินยอมที่จะรับฟัง เพราะไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องเงิน.



