สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงแผนการของสหรัฐ ที่จะนำระบบขีปนาวุธพิสัยไกล รวมถึงระบบโทมาฮอว์ก ไปติดตั้งในเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2569 ว่าอีกฝ่ายให้เหตุผล “เพื่อการยับยั้งและป้องปราม” แต่ในความเป็นจริง “คือการดำเนินนโยบายที่ย้อนแย้ง” เนื่องจากคือการทำให้ยุโรปต้องกลายเป็นเป้าหมายของขีปนาวุธจากรัสเซีย “อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เนื่องจากอีกฝ่ายทำให้รัสเซียอยู่บนความเสี่ยง ของการโจมตีจากขีปนาวุธของยุโรปก่อน


ขณะเดียวกัน เปสคอฟกล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือการรื้อฟื้นประวัติศาสตร์สงครามเย็น “ให้เกิดขึ้นซ้ำรอย” และยิ่งเน้นย้ำว่า สหรัฐรวมถึงพันธมิตรตะวันตก มีส่วนร่วมโดยตรงกับความขัดแย้งในยูเครน


ด้านนายอังเดร เบลูซอฟ รมว.กลาโหมรัสเซีย กล่าวระหว่างหารือทางโทรศัพท์ กับพล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ ว่าทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกัน “ลดความตึงเครียดที่มีต่อกัน” เพื่อหลีกเลี่ยงแนวโน้มและความเสี่ยงของการโจมตีทางทหาร


ขณะที่นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี แสดงความยินดีกับการที่สหรัฐเตรียมนำขีปนาวุธเข้ามาติดตั้งในประเทศ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบนานประมาณ 40 ปี หากนับตั้งแต่การติดตั้งระบบขีปนาวุธในเยอรมนีตะวันตก ท่ามกลางบรรยากาศของสงครามเย็น

อย่างไรก็ตาม สหรัฐทยอยลดระดับการติดตั้งขีปนาวุธในเยอรมนี หลังการรวมชาติระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับเยอรมนีตะวันออก เมื่อปี 2533.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES