สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) ระบุรายละเอียดในรายงานที่น่าสะเทือนใจว่า ประชาชนในเกาหลีเหนือ ถูกควบคุมและถูกเอารัดเอาเปรียบ ผ่านระบบแรงงานบังคับที่ครอบคลุมและซับซ้อนหลายชั้น

“คำให้การในรายงานฉบับนี้ แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเชิงลึกที่น่าตกใจและน่ากังวล เกี่ยวกับความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้แรงงาน” นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนยูเอ็น กล่าวในแถลงการณ์ 

เติร์ก กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวเกาหลีเหนือเหล่านี้ถูกบังคับให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ซึ่งมักจะเป็นภาคส่วนอันตรายที่ไม่มีค่าจ้าง, ไม่มีทางเลือกอิสระ, ไม่สามารถลาออกได้ ตลอดจนไม่มีการคุ้มครอง, การรักษาพยาบาล, วันหยุด, อาหาร และที่พักพิง อีกทั้งคนจำนวนมากต้องเผชิญกับการทำร้ายร่างกาย และผู้หญิงก็มีความเสี่ยงต่อความรุนแรงทางเพศอย่างต่อเนื่องด้วย

อนึ่ง ข้อกล่าวหาล่าสุดมีขึ้น ต่อจากรายงานฉบับสำคัญ ที่เผยแพร่โดยทีมสืบสวนของยูเอ็น เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งบันทึกข้อมูลการบังคับใช้แรงงาน ท่ามกลางการละเมิดสิทธิอื่น ๆ อย่างแพร่หลาย เช่น การจงใจอดอาหาร, การข่มขืน และการทรมานในเกาหลีเหนือ

“ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เป็นช่องทางสำหรับรัฐ ในการควบคุม ติดตาม และปลูกฝังประชากร ซึ่งในบางกรณี ระดับการควบคุมและการแสวงหาผลประโยชน์ อาจถึงเกณฑ์ของ ‘ความเป็นเจ้าของ’ และอาจถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการทำให้เป็นทาส” รายงานระบุเสริม

ทั้งนี้ รายงานของยูเอ็น เรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการบังคับใช้แรงงานทุกรูปแบบ, ยกเลิกแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับความเป็นทาส, หยุดใช้แรงงานเด็ก และอื่น ๆ พร้อมกับเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ในเกาหลีเหนือ ไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือศาลอาญาโลกด้วย.

เครดิตภาพ : AFP