ตามที่ได้มีประกาศ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ที่ 3/2567 เรื่อง การกระทำสามีจิกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา พุทธศักราช 2567 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ระบุว่า เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา พุทธศักราช 2567 เพื่อเป็นการถนอมพระอนามัย จึงขอประกาศแนวทางการกระทำสามีจิกรรมถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ดังต่อไปนี้1. สมเด็จพระสังฆราช ทรงงดเสด็จออกประทานพระวโรกาสให้พระเถรานุเถระเฝ้าถวายสักการะ 2. วัดราชบพิธฯ เปิดพระวิหารให้คณะสงฆ์เข้าถวายสักการะ กระทำสามีจิกรรมหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราช ตั้งแต่วันที่ 22-23 ก.ค. 2567 นั้น
นายบุญเชิด กิตติธรางกูร รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายเรื่อง สามีจิกรรม ไว้ว่า “การทำสามีจิกรรม” ธรรมเนียมที่งดงามของคณะสงฆ์ไทย การทำสามีจิกรรมเป็นธรรมเนียมของสงฆ์ที่ภิกษุและสามเณรทำเพื่อขอขมาและให้อภัยกัน เป็นการแสดงความสามัคคีและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยการทำสามีจิกรรมมักจะทำในวันเข้าพรรษา โดยเริ่มจากผู้มีพรรษากาลมากที่สุดจนถึงสามเณรรูปสุดท้ายในวัด ในบางวัดจะทำหลังจากเจริญพระพุทธมนต์ในอุโบสถ ศาลาการเปรียญ โดยอาจจะทำในระยะเวลา 7 วันหลังวันเข้าพรรษา
คณะสงฆ์ไทยมักรวมกันเข้ากระทำสามีจิกรรมต่อเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์แต่ละระดับในวันเข้าพรรษา และหรือภายใน 7 วัน หลังเข้าพรรษา อันเป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชา นอกจากนี้ ยังมีการทำสามีจิกรรมในโอกาสที่จะย้ายไปอยู่วัดหรือถิ่นอื่น และการทำสามีจิกรรมแบบถวายสักการะเพื่อแสดงมุทิตาจิตในโอกาสที่ท่านได้รับยศศักดิ์ด้วย



