พระราชมหาเจติยาภิบาล หรือ “เจ้าคุณต่อศักดิ์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน เครื่องไทยธรรมพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ ในพิธีวางศิลาฤกษ์พระพุทธมหาจักรพรรดิ ขนาดหน้าตัก 28 เมตร วัดโบสถ์ ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี โดยมี พล.ท.ปณต แสงเทียน รองอธิบดีกรมบังคับการสำนักพระราชวัง เป็นผู้เชิญเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ถวายแด่พระสงฆ์ ในพิธีวางศิลาฤกษ์พระพุทธมหาจักรพรรดิ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการ มส. ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานในพิธี


พระราชมหาเจติยาภิบาล กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เนื่องในปี 2567 ถือเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา 28 ก.ค. 2567 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ บำเพ็ญพระราชกุศลวางศิลาฤกษ์ศาลาบูรพาจารย์วัดโบสถ์ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2546 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามซุ้มประตูวัด ว่า “ซุ้มมหาวชิราลงกรณ” และพระราชทานพระนามาภิไทย ม.ว.ก. ประดิษฐาน ณ หน้าบันซุ้มประตูและศาลาราย จำนวน 2 หลัง นับเป็นสิริมงคลแก่จ.ปทุมธานี ในวาระอันมหามงคลนี้ ทางวัดได้จัดทำโครงการสร้างพระพุทธมหาจักรพรรดิ ซี่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในวิหารวัดโบสถ์อายุกว่า 400 ปี ประดิษฐานบนอาคารปฏิบัติธรรม 3 ชั้น ขนาดหน้าตัก 28 เมตร สูง 40.72 เมตร โดยลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารชั้นที่ 1 บรรจุคนได้ 1,500 คน ชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรม และชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับขนาดหน้าตัก 28 เมตร มีความสอดคล้องกับวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันถือเป็นเลขมหามงคลยิ่ง เป็นจำนวนพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ มีผลรวมเป็นเลขมหามงคลเลข 10 ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี และเพื่อเป็นการอัญเชิญพระบารมีของพระพุทธมหาจักรพรรดิหรือหลวงพ่อสมปรารถนา ได้เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ที่เดินทางมา ณ วัดโบสถ์ สร้างด้วยงบประมาณ 250 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2572 และการปรับสภาพภูมิทัศน์ในการสร้างพระใหญ่กลางเมืองในครั้งนี้ อยู่ในแผนพัฒนาของ จ.ปทุมธานี ในการสร้างเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัด เพื่อสร้างพื้นที่วัดโบสถ์ให้เป็นแลนด์มาร์คทางพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวิถีพุทธของปทุมธานีต่อไปด้วย



