เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. สภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสภาการศึกษานานาชาติหัวข้อ “ความสามารถทางการศึกษาในสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป” โดยมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน โดยพล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานว่า การประชุมครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญต่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาจะทำตามลำดับขั้นตอน ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศนโยบายเรียนดี มีความสุข มีเป้าหมาย การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีศักยภาพด้านวิชาการ ยกระดับโครงการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา ของประเทศไทย และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนที่มีความสนใจตามความถนัดให้มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ สามารถดูแลตนเอง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลางเสริมการเรียนรู้ตอดชีวิด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน ให้มีทักษะ มีความสามารถตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน สร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ และสอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนแปละไปอย่างรวดเร็วได้อย่างมีคุณภาพ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมสนับสนุนการจัดการประชุมภาการศึกษานานาชาติในครั้งนี้ เพราะการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังภายใต้สภาพแวดล้อมโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนส่งผลกระทบต่อสังคมทั่วโลก ซึ่งการศึกษาจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแบบพลิกโฉม และการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบริบท แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร และเทคโนโลยี ดังนั้นตนขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิวัติการศึกษาแก้ปัญหาประเทศ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาการจัดการศึกษาให้ตอบสนองกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะผลจาการประชุมครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนากาการจัดทำข้อเสนอนโยบายของสกศ.และคณะกรรมการสภาการศึกษาที่จะสามารถแก้ไขพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง
“ผมเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้จะระดมสมองจากทุกประเทศช่วยยกระดับการศึกษาภายใต้โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะทำให้เราวางแนวทางร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อการจัดการศึกษาในการรรับมือกับเรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของหลักคิดในการรับมือสถานการณ์โลกที่ไม่หยุดนิ่ง โดยผมเชื่อมั่นว่าบทบาทการศึกษาไทยทุกวันนี้ดีขึ้นมาก เพราะได้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันกับขับเคลื่อนและตื่นตัวในการทำงานมากขึ้น และเราจะพัฒนาการศึกษาไปให้ดียิ่งขึ้นมากกว่านี้ ส่วนการจัดการศึกษาด้วยการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจาก Active Learning เป็นนวัตกรรมหนึ่งในการจัดการศึกษา ซึ่งเรามีนวัตกรรมการศึกษาที่หลากหลายและตอบโจทย์การเรียนการสอนในทุกบริบท” รมว.ศธ.กล่าว



