สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อียูรับรองกฎหมายที่ครอบคลุมฉบับแรกของโลก เพื่อควบคุมเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่ทรงพลังอย่าง “แชตจีพีที” ของบริษัท โอเพนเอไอ ภายหลังการเจรจาที่ตึงเครียด และเป็นไปอย่างยากลำบาก
อนึ่ง กฎหมายดังกล่าวได้รับการเสนอครั้งแรกในปี 2564 แต่มันถูกผลักดันอย่างเร่งรีบ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติ หลังจากแชตจีพีทีปรากฏขึ้น เมื่อช่วงปลายปี 2565 และแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเอไอสำหรับการสร้างคอนเทนต์
“กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ของพวกเรา จะสร้างแนวป้องกันใหม่เพื่อปกป้องผู้คนและผลประโยชน์ของพวกเขา ตลอดจนมอบกฎระเบียบที่ชัดเจน และความแน่นอน ให้กับธุรกิจและนวัตกรด้วย” นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าว
The European Union's landmark law on artificial intelligence came into force on Thursday, which Brussels vows will drive innovation while protecting citizens' rights.https://t.co/mUKDIVNAmd
— AFP News Agency (@AFP) August 1, 2024
แม้บริษัทต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเอไอ ภายในปี 2569 แต่กฎระเบียบครอบคลุมโมเดลเอไอต่าง ๆ เช่น แชตจีพีที จะมีผลบังคับใช้ 12 เดือน หลังได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ กฎหมายเอไอ จะควบคุมระบบเอไอ ตามการประเมินความเสี่ยงของโมเดลซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า ยิ่งเอไอมีความเสี่ยงต่อด้านต่างๆ ของแต่ละบุคคล เช่น สิทธิ หรือสุขภาพ อยู่ในระดับสูงเท่าใด ภาระผูกพันของระบบในการคุ้มครองบุคคล ก็จะยิ่งมากขึ้นเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น อียูยังจัดตั้ง “สำนักงานเอไอ” ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี นักกฎหมาย และนักเศรษฐศาสตร์ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อทำให้แน่ใจว่าบริษัทต่าง ๆ จะปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งบริษัทใดที่ละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับภาระผูกพันด้านข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ถูกห้าม จะถูกปรับสูงถึง 7% ของรายได้ต่อปีทั่วโลก.
เครดิตภาพ : AFP



