สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการเตรียมประจำการเรือรบและเครื่องบินรบ รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธเพิ่มเติม สำหรับภารกิจในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อปกป้องอิสราเอล จากการโจมตีโดยอิหร่านและพันธมิตรตัวแทนของรัฐบาลเตหะราน

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐเตรียมสับเปลี่ยนการประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบินในตะวันออกกลาง จากเรือ “ยูเอสเอส อับราฮิม ลินคอล์น” เป็นเรือ “ยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์” ด้วย


ทั้งนี้ อิสราเอลยอมรับเป็นผู้โจมตีทางอากาศในเลบานอน สังหารนายฟูอัด ชูคร์ ที่ปรึกษาอาวุโส หรือ “มือขวา” ของนายฮัสซัน นาสราลเลาะห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า เพื่อตอบโต้ที่อีกฝ่ายอยู่เบื้องหลังการยิงขีปนาวุธโจมตีที่ราบสูงโกลัน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ทั้งหมดเป็นเด็กที่กำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในบริเวณนั้น


อย่างไรก็ตาม อิสราเอลสงวนท่าทีอย่างมาก กับการเสียชีวิตของนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮามาส จากการโจมตีทางอากาศ ที่บ้านพักในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน หลังเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำอิหร่าน ของประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา


กระนั้น นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวว่า หากอิสราเอลยอมจำนนต่อแรงกดดันของทุกฝ่าย ซึ่งต้องการยุติสงครามในฉนวนกาซา “การกำจัดบรรดาแกนนำกลุ่มฮามาส และผู้ก่อการร้ายอีกหลายพันคน คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้” และอิสราเอล “มีความพร้อมสูงสุดต่อเหตุการณ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเชิงรุกหรือเชิงรับ” พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า “ใครที่โจมตีอิสราเอลจะถูกโจมตีกลับ”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES