สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่า จัสติน ทิมเบอร์เลก ถูกระงับใบอนุญาตขับขี่จากการปฏิเสธข้อหาเมาแล้วขับ หลังถูกจับในข้อหาฝ่าสัญญาณไฟจารจร และไม่ขับรถชิดเลนขวา ในรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา

หลังถูกตั้งข้อหาในเขตแซก ฮาร์เบอร์ รัฐนิวยอร์ก ผู้พิพากษาคาร์ล ไอเรซ ได้สั่งพักใบอนุญาตขับขี่ของทิมเบอร์เลกชั่วคราว โดยไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แม้ทนายความของทิมเบอร์เลกจะปฏิเสธว่า เขาไม่ได้เมาแล้วขับ และข้อกล่าวหาเหล่านี้ควรได้รับการยกฟ้อง

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ทิมเบอร์เลกให้สัมภาษณ์กับสื่อ 2 รอบระหว่างการพิจารณาคดีแบบเสมือนจริง โดยเขาปรากฏตัวจากเยอรมนี ขณะรอเตรียมตัวแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองแอนต์เวิร์ป ทางตอนเหนือของเบลเยียม หลังก่อนหน้านี้ ทิมเบอร์เลกพลาดการขึ้นศาลครั้งแรกจากการเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ‘Everything I Thought It Was’ รอบโลก และทำให้ศาลต้องจัดการไต่สวนอีกครั้ง

ทิมเบอร์เลกถูกจับกุมที่เขตแซก ฮาร์เบอร์ ในเมืองแฮมป์ตันส์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน บนเกาะลองไอส์แลนด์ ขณะนั้น เจ้าหน้าที่พบว่าดวงตาของทิมเบอร์เลกแดงก่ำและขุ่นมัว อีกทั้งมีกลิ่นแอลกอฮอล์ออกมาจากลมหายใจ

ตำรวจระบุว่า ทิมเบอร์เลกปฏิเสธการเป่าทดสอบแอลกอฮอล์ และมีผลการทดสอบความเมาที่ไม่ดี “ผมดื่มมาร์ตินี่แก้วหนึ่ง และตามเพื่อนกลับบ้าน” เขาอ้างกับเจ้าหน้าที่หลังถูกเรียกให้หยุดรถ

ในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาไอเรซ วิจารณ์นายเอ็ดวาร์ด เบิร์ค ทนายความของจำเลย ว่าแสดงความคิดเห็นอย่างไม่รับผิดชอบต่อนักข่าวภายนอกศาล และเขาจะสั่งห้ามทนายความไม่ให้กล่าวเช่นนี้อีก “การกระทำดังกล่าว ดูเหมือนพยายามทำลายคดีตั้งแต่ยังไม่เริ่ม” ผู้พิพากษาไอเรซกล่าว หลังเบิร์คกล่าวกับสื่อว่า ตำรวจได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลายครั้ง “ข้อเท็จจริงสำคัญที่สุดในคดีนี้คือจัสตินไม่ได้เมา และไม่ควรถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ”

อนึ่ง บทลงโทษสำหรับข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขับรถในขณะมึนเมา ตามกฎหมายของรัฐนิวยอร์ก คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี, ปรับเป็นเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35,313 บาท) และถูกระงับใบขับขี่อย่างน้อย 6 เดือน

เพียงไม่กี่วันหลังถูกจับกุม ทิมเบอร์เลกกล่าวในคอนเสิร์ตที่เมืองชิคาโก ว่า “มันเป็นสัปดาห์ที่ยากลำบาก”.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES