เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 นายนิยม ไผ่โสภา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม (บพด.ฯ) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางมายัง สภ.วังยาง เพื่อติดตามคดีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน ต.วังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม ล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม พร้อมผู้แทนศึกษาธิการจังหวัดนครพนม และคณะผู้บริหารเครือข่ายวังยางพัฒนา ประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียนประถมทั้ง 14 แห่งใน อ.วังยาง ประชุมร่วมกับ พ.ต.ท.ยงยุทธ ผิวพรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.วังยาง โดยมีผู้ปกครองเหยื่อให้รายละเอียด โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง คณะผู้ตรวจราชการได้ออกจากห้องประชุม กล่าวเพียงสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวว่า ด้านคดีเป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการ ก่อนจะเดินขึ้นรถตู้ที่รอรับขับออกไปจากโรงพัก

นายโย (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี อาชีพเกษตรกร พ่อของน้องได้เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลากลางคืนวันที่ 27 เมษายน ช่วงโรงเรียนปิดเทอมใหญ่ น้องส้ม (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6 อาศัยอยู่กับปู่ย่า ได้มาหาพ่อแม่ที่บ้านตายาย ใน ต.วังยาง อ.วังยาง เนื่องจากตนกับเมียได้มาปลูกมันสำปะหลังที่บ้านแม่ยาย ตอนหัวค่ำลูกสาวหายไป จึงช่วยกันตามหา จากนั้นยายได้ไปหานายโชค (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.วังยาง เพื่อจะแจ้งให้ช่วยหาเด็กหาย แต่บ้านผู้ใหญ่ปิดไฟมืดสนิท ส่วนตนเพิ่งกลับจากเลี้ยงควายก็ออกตามหาอีกแรง

กระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่ง วันที่ 28 เมษายน ตนจึงไปตะโกนเรียกนายโชค ผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ซึ่งวันนั้นเมียผู้ใหญ่บ้านไปทำบุญที่ สปป.ลาว ตนจึงโทรศัพท์ไปถามว่าผู้ใหญ่บ้านไปไหน ก่อนที่เมียผู้ใหญ่บ้านโทรฯ กลับมาบอกว่าผู้ใหญ่บ้านนอนอยู่ในบ้านนั่นแหละ ตนพร้อมด้วยแม่ยายและเมีย จึงพากันไปบ้านผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง คราวนี้นายโชคเปิดประตูออกมา อ้างกินยาแก้แพ้แล้วหลับลึก ตนได้แจ้งว่าน้องส้มลูกสาวหายจากบ้านไป ไม่รู้ว่าไปไหนกับใคร นายโชค ยังพูดสวนกลับมาว่า ไม่ใช่ไปหาผู้บ่าวหรือไปเที่ยวกับเพื่อนเหรอ และรับแจ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ทำอะไร

กระทั่งเวลาประมาณตีห้า น้องส้มก็เดินเข้าบ้าน ตนพยายามคาดคั้นว่าไปไหนมา น้องก็ไม่ยอมพูด ตนจึงให้ผู้เป็นแม่ค่อยๆ ถาม ก่อนจะต้อนควายออกกินหญ้า จนเวลาถึงเก้าโมงเช้า เมียบอกว่าลูกสาวถูกนายโชค ผู้ใหญ่บ้านข่มขืน โดยนายโชค ทักไลน์มาหาน้อง อ้างว่าอยากได้เงินกินขนมไหม ให้ไปเอาที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ลูกสาวพาซื่อจึงเดินไปเพราะบ้านตนกับบ้านผู้ใหญ่บ้านห่างกันประมาณ 100 เมตร มีบ้านคั่นแค่ 3 หลังเท่านั้น ซึ่งน้องได้ถูกนายโชคใช้กำลังล่วงละเมิดภายในบ้าน ขณะที่ไม่มีใครอยู่ แม้ทั้งตน แม่ยาย มาตามหาที่บ้านถึง 2 ครั้ง นายโชคก็ไม่ยอมออกมา ทั้งบ้านปิดไฟมืดสนิท ไม่รู้เลยว่าในขณะนั้นลูกสาวโดนกระทำยำยี่อยู่ จนกระทั่งเช้า นายโชคจึงปล่อยให้ลูกสาวกลับบ้าน พร้อมกำชับห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง

นายโย เล่าต่อว่าตนได้ไปหานายโชค สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น นายโชค ยอมรับล่วงละเมิดน้องจริง พร้อมจะยอมจ่ายค่าสินไหมเยียวยา ทีแรกเรียกไป 1 ล้านบาท ต่อรองลงมาเหลือ 6 แสนบาท เพื่อแลกกับการไม่แจ้งความดำเนินคดี แต่นายโชค บิดพลิ้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังยาง และขอให้ดำเนินคดีกับนายโชคถึงที่สุด ส่วนเงินเยียวยาไม่เอาแล้ว

พ.ต.ท.ยงยุทธ ผิวพรรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.วังยาง เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน โดยล่อลวงเด็กให้ไปหา ซึ่งวันนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน โดยผู้เสียหายแจ้งความครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ร.ต.ท.นรากรณ์ ภูสีฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) ได้ทำหนังสือส่งตัวพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และสอบปากคำผู้ปกครองเป็นการเบื้องต้น วันที่ 1 พ.ค. 69 และแจ้งความอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 พ.ค. หลังทราบผลตรวจร่างกายเด็กแล้ว

ทั้งนี้ นายโชค ผู้ถูกกล่าวหา หลังเกิดเรื่องฉาว ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และไม่ยอมเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งทางตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม ใน 2 ข้อหา คือ 1.ข่มขืนกระชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และ 2.พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีเพื่ออนาจาร อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป