เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ได้มีกลุ่มผู้เสียหาย นำโดย น.ส.ยุ (นามสมมุติ) พร้อมพวกอีก 20 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศุภวุฒิ กิตติศุภคุณ ผกก.(สอบสวน) บช.สอท. เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์หลังถูก น.ส.ชนิสรา และ นายชัยรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) สองสามีภรรยา และเครือญาติหลอกขายผลิตภัณฑ์จากยางพาราและเครื่องนอน โดยขอให้ช่วยดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุรายนี้โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีพฤติการณ์หลอกลวงมาตั้งแต่มาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปี 2564 ปรากฏว่าคดียังไม่คืบหน้า ขณะนี้มีผู้เสียหายมากกว่า 900 คนแล้ว รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

สำหรับพฤติการณ์กล่าวคือ ผู้ก่อเหตุไปเปิดเฟซบุ๊กโพสต์ขายผลิตภัณฑ์ยางพาราและเครื่องนอน โดยระยะแรกจัดส่งของให้ตามปกติ ก่อนจะออกลายไม่ยอมส่งของให้กับลูกค้าตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน มีการเปลี่ยนชื่อเพจมา 14 ครั้ง ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนชื่อตัวเองอีกหลายครั้ง โดยร่วมมือกับเครือญาตทำเป็นขบวนการ โดย น.ส.ชนิสรา และนายชัยรัตน์ มีหมายจับในคดีฉ้อโกงกว่า 20 หมายจับ และอยู่ระหว่างสู้คดีในชั้นศาลอีกหลายคดี แต่ก็ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่คดียังไม่มีความคืบหน้า เมื่อรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายนำมาพิมพ์ลงกระดาษเป็นบัญชีรายชื่อ มีความยาวกว่า 5 เมตร หนำซ้ำเมื่อเมื่อผู้เสียหายไปโพสต์ทวงเงิน หรือไปแจ้งความดำเนินคดี กลับถูกผู้ก่อเหตุไปฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เสียหาย ในข้อหาหมิ่นประมาท พอไปทวงเงินก็ถูกแจ้งความข้อหาบุกรุก เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีทีมกฎหมายไว้สู้คดีโดยเฉพาะ

ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทางผู้เสียหายได้ไปร้องทุกข์กลับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เช่น บก.ปอศ., บก.ปอท., บก.ปคบ., ปปง. และ สคบ. แต่คดีก็ไม่คืบหน้า โยนกันไปโยนกันมา จนผู้เสียหายท้อแท้ ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ก็ไม่ได้หวังที่จะได้เงินคืน แต่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุได้อีก เพราะที่ผ่านมามีการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ยังลอยนวลหลอกลวงมาได้จนถึงทุกวันนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบพบข้อมูลหลักฐานพบว่ามีการดำเนินเนินคดีกับมิจฉาชีพกลุ่มนี้แล้วหลายคดี ก่อนจะรับเรื่องไว้ตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.