สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า นายฮัสซัน นาสราลเลาะห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวถึงการยิงจรวดคัตยูชามากกว่า 320 ลูก โจมตีอิสราเอล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าเป้าหมายสำคัญ รวมถึงฐานทัพกลิล็อต ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานทัพขนาดใหญ่ของอิสราเอล “และมีความสำคัญในทางข่าวกรอง” ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนทางเหนือของอิสราเอลที่ติดกับเลบานอน ประมาณ 100 กิโลเมตร
Israel and Hezbollah traded barbs and warned that their war was not over in the hours that followed an IDF preemptive strike that took out the Iranian proxy group’s missiles and drones early Sunday morning. Report by @tovahlazaroff. https://t.co/0Gn1vqdgBb
— The Jerusalem Post (@Jerusalem_Post) August 25, 2024
ขณะเดียวกัน นาสราลเลาะห์กล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลสร้างความเสียหายให้กับฐานยิงจรวดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ “เพียงไม่กี่สิบแห่งเท่านั้น” ไม่ใช่ “หลายพันแห่ง” ตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง และเตือนอิสราเอลว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ “แค่เริ่มต้น” เท่านั้น
ด้านกองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ฐานทัพกลิล็อต ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับกรุงเทลอาวีฟ “ไม่ได้รับความเสียหาย” ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของอิสราเอลรายงานว่า ฐานทัพแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของหน่วยข่าวกรองมอสซาด ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่อยู่อย่างเป็นทางการ
WATCH how the IAF acted precisely today to stop a large-scale terrorist attack from Hezbollah.
— Israel Defense Forces (@IDF) August 25, 2024
Our operation in Lebanon targeted the terrorist infrastructure Hezbollah planned to use against us, protecting Israeli families and homes. pic.twitter.com/2J3sqAnFWB
ทั้งนี้ อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในภาคใต้เลบานอน ปะทะกันอย่างดุเดือดไม่เว้นแต่ละวัน นับตั้งแต่สงครามในฉนวนกาซาปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 โดยในเลบานอนมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 600 ราย ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่มีพลเรือนรวมอยู่ด้วยมากกว่า 130 ราย ส่วนในอิสราเอลมีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 26 ราย และทหารอย่างน้อย 23 นาย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนทวีความตึงเครียดขึ้นอีกขึ้น นับตั้งแต่อิสราเอลยอมรับเป็นผู้สังหารนายฟูอัด ชูคร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกอาวุโสของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอิสราเอลกล่าวว่า อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่ราบสูงโกลัน เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กและวัยรุ่น ซึ่งกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในบริเวณนั้น เสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 12 ราย.
เครดิตภาพ : AFP



