สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ว่าในช่วงหนึ่งของการร่วมรายการทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ซึ่งออกอากาศสด เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้รับคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในไต้หวัน ว่าหากรัฐบาลไทเปตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหารจากจีน ซึ่งผู้นำสหรัฐตอบว่า “เป็นพันธกิจ” ของกองทัพ ที่จะต้องปกป้องไต้หวัน และเน้นว่า อเมริกา “จะไม่มีทางถอย” ในเรื่องนี้
COOPER: "Are you saying that the United States would come to Taiwan’s defense?"
— Townhall.com (@townhallcom) October 22, 2021
QUESTIONER: "If China attacked?"
BIDEN: "Yes, we have a commitment to do that." pic.twitter.com/YTgxMaD4MP
ขณะเดียวกัน ไบเดนกล่าวถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีทางทหารของจีนว่า “น่าวิตกกังวล” เช่นเดียวกับรัสเซีย และมองว่าทั้งสองประเทศมีอิทธิพลทางทหารเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงเป็น “อันดับหนึ่งของโลก” ในด้านการทหาร
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระดับรัฐต่อรัฐ ผู้นำสหรัฐยืนยัน “ไม่มีนโยบายสร้างสงครามเย็นครั้งใหม่” กับจีน แต่ยังคงกังวลว่า “กลุ่มประเทศฝ่ายตรงข้าม” จะเคลื่อนไหวย่างสุ่มเสี่ยง “ให้เกิดความเข้าใจผิด”
#Taiwan is #China's Taiwan. The #US is in no position to make irresponsible remarks. pic.twitter.com/HEasV382IT
— Lijian Zhao 赵立坚 (@zlj517) October 14, 2021
ทั้งนี้ บทบรรณาธิการของโกลบอล ไทม์ส หนึ่งในสื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เผยแพร่เมื่อกลางเดือนนี้ ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า สหรัฐ “ไม่มีวันต่อสู้โดยตรงถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ” กับแผ่นดินใหญ่ เพื่อแลกกับการเป็นเอกราชของไต้หวัน แตกต่างจากความพร้อมและความทุ่มเทเพื่อชาติของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) การที่สหรัฐส่งกองเรือและฝูงเครื่องบินรบเข้ามา “เพื่อปกป้องไต้หวัน” มีแต่จะ “นำมาซึ่งความวินาศ” สู่ทหารอเมริกันเองเท่านั้น
นอกจากนี้ เนื้อหาในบทบรรณาธิการของโกลบอล ไทม์ส ยังมีการเตือนไต้หวันด้วยว่า ไม่ควรคาดหวังความช่วยเหลือและการคุ้มครองทางทหารจากอเมริกา ในกรณีที่สงครามข้ามช่องแคบเกิดขึ้น เนื่องจากสหรัฐ “ไม่สามารถปกป้องไต้หวันได้” และการเชื่อว่าสหรัฐยืนหยัดเคียงข้างไต้หวัน “เป็นเพียงภาพลวงตา”.
เครดิตภาพ : AP



