สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศในแถลงการณ์ว่า กฎระเบียบใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ม.ค. ปีหน้า จะห้ามบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ, พลเมือง และผู้พำนักถาวร จากการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น เซมิคอนดักเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และคอมพิวเตอร์ควอนตัม

นอกจากนี้ นักลงทุนจะต้องแจ้งให้กระทรวงการคลังสหรัฐทราบ เกี่ยวกับการลงทุนในเทคโนโลยีบางประเภทที่ทันสมัยน้อยกว่า ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยคุกคาม ต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ

“เอไอ, เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีควอนตัม เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาแอปพลิเคชันด้านการทหาร, การเฝ้าระวัง, ข่าวกรอง และความปลอดภัยทางไซเบอร์บางอย่าง ในรุ่นถัดไป” นายพอล โรเซน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างคลังสหรัฐ ฝ่ายความมั่นคงด้านการลงทุน กล่าวในแถลงการณ์

โรเซน ระบุเพิ่มเติมว่า กฎระเบียบขั้นสุดท้ายนี้ใช้มาตรการที่ตรงเป้าหมายและเป็นรูปธรรม เพื่อทำให้แน่ใจว่า การลงทุนของสหรัฐจะไม่ถูกนำไปเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ โดยผู้ที่อาจใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อคุกคามความมั่นคงของชาติ

อนึ่ง กฎระเบียบใหม่ของสหรัฐ เป็นผลมาจากคำสั่งฝ่ายบริหารที่ลงนามโดยไบเดน เมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การจำกัดการลงทุนบางส่วนของสหรัฐ ในพื้นที่ไฮเทคที่อ่อนไหวของจีน รวมถึง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเขตบริหารพิเศษมาเก๊า

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า คำสั่งฝ่ายบริหารของรัฐบาลวอชิงตัน เป็นความพยายามที่จะต่อต้านโลกาภิวัตน์ และการลบความเป็นจีน พร้อมกับเสริมว่า รัฐบาลปักกิ่ง “ไม่พอใจอย่างยิ่ง” และขอสงวนสิทธิในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP