จากการศึกษาผู้คนในภูมิภาคที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก พบจุดร่วมของการมีอายุยืนยาว ที่ไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่เป็น 5 นิสัยดังต่อไปนี้
Blue Zones เป็นคำที่ใช้เรียก 5 ภูมิภาคของโลกที่มีประชากรมีอายุยืนยาวเป็นพิเศษมากกว่า 80 ปี และยังคงมีสุขภาพที่ดี เนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ที่ทำให้มีความเครียดต่ำ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่หลากหลาย การรับประทานอาหารไม่แปรรูปในท้องถิ่น และอุบัติการณ์ของโรคต่ำ ได้แก่ อิคาเรีย กรีซ, โลมา ลินดา สหรัฐอเมริกา, ซาร์ดิเนีย อิตาลี, โอกินาวา ญี่ปุ่น และ นิโคยา คอสตาริกา
โดยนักวิจัย “แดน บูตต์เนอร์” ได้ค้นพบไลฟ์สไตล์ของผู้คนในภูมิภาคเหล่านี้ที่เหมือนกัน 5 ประการ แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างกันหลายพันไมล์ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มักไม่ได้ออกกำลังกาย แต่รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอยู่เสมอ
5 นิสัยร่วมที่ทำให้ผู้คนใน Blue Zones มีอายุยืนยาว
- กินอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก

คนหลายรุ่นที่อาศัยอยู่ในโซนสีน้ำเงิน กินอาหารจากพืช 90-100% การรับประทานอาหารที่มีพืชเป็นหลัก ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ดีต่อหัวใจ ลำไส้ และสมอง
ธัญพืช ผลไม้ และผัก ล้วนมีส่วนช่วยในการรักษาดัชนีมวลกายให้แข็งแรง ซึ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิซึม อาหารจากพืชยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสมอง ปกป้องสมองจากผลร้ายของอนุมูลอิสระ และยังช่วยเรื่องการไหลเวียนของออกซิเจนอีกด้วย
เนื่องจากพืชอุดมไปด้วยเส้นใย จึงสามารถรักษาแบคทีเรียที่ดีให้เติบโตในลำไส้ ทำให้อวัยวะนี้มีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ อาหารจากพืช เช่น ผักและธัญพืช ยังมีคาร์บอนน้อยกว่าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม
- กินคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพเยอะๆ

ชาว Blue Zone บริโภคแคลอรี 65% ต่อวันในรูปของคาร์โบไฮเดรต โดยรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตหลากหลาย เช่น ธัญพืช ผักใบเขียว และถั่วต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขามักอยู่ห่างจากอาหารแปรรูปทั้งหลาย การรับประทานคาร์โบไฮเดรตหลากหลายกลุ่ม ควบคู่ไปกับใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีที่สุด
“อาหารที่เก็บไว้ได้นานที่สุดคือถั่ว ถ้าคุณกินถั่วประมาณ 1 ถ้วยต่อวัน อายุขัยของคุณจะเพิ่มขึ้นถึง 4 ปี” แดน บูตต์เนอร์ เน้นย้ำถึงผลของคาร์โบไฮเดรตในถั่ว
- กินเนื้อสัตว์ในปริมาณที่พอเหมาะ

เนื้อสัตว์เป็นอาหารที่รับประทานเฉพาะในโอกาสพิเศษ ผู้คนจะเพลิดเพลินกับอาหารนี้เพียง 5 ครั้งต่อเดือน เนื้อสัตว์หนึ่งหน่วยบริโภคประมาณ 85 กรัม
แม้ว่าเนื้อสัตว์จะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม มีวิตามินบี และธาตุเหล็ก ที่มีประโยชน์ แต่การกินเนื้อแดงมากเกินไป ไม่ส่งผลดีต่อหลอดเลือดหัวใจ อาจทำให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย การศึกษาพบว่าชายและหญิงที่บริโภคเนื้อสัตว์ปริมาณมาก ๆ มีอัตราการเกิดมะเร็งและการเสียชีวิตที่สูงขึ้น
- ชอบดื่มน้ำและกาแฟ

การดื่มน้ำวันละ 6 แก้ว และดื่มกาแฟในตอนเช้า หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
“เมื่อคุณถามคนที่มีอายุเกิน 100 ปี เกี่ยวกับเคล็ดลับการมีอายุยืนยาว คุณจะได้รับคำตอบเหมือนกันเสมอว่า กินอาหารดี ๆ อยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์ และดื่มน้ำสะอาด” แดน บูตต์เนอร์ กล่าว
กาแฟมีกาเฟอีน และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ การศึกษาในปี 2021 โดยแพทย์ในแคนซัสซิตี สหรัฐอเมริกา พบว่าการดื่มกาแฟสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภท 2 โรคซึมเศร้า โรคเกี่ยวกับระบบประสาท มะเร็ง และโรคตับ
- กิน 8 ชม. พัก 16 ชม.

“พวกเขากินอาหารเช้าเหมือนราชา อาหารกลางวันเหมือนเจ้าชาย และอาหารเย็นเหมือนขอทาน มื้ออาหารจะถูกจำกัดเอาไว้ที่ 8 ชั่วโมง และเหลือเวลาไว้ 16 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้พักผ่อน ซึ่งคล้ายกับการอดอาหารเป็นระยะ ๆ ที่คนลดน้ำหนักคุ้นเคยกันดี โดยพื้นฐานแล้ว อาหารมื้อใหญ่ที่สุดของพวกเขาคืออาหารเช้า มื้อเล็กที่สุดของพวกเขาคืออาหารเย็น และพวกเขาจะไม่กินตอนดึก” บูตต์เนอร์ กล่าว
การศึกษาในปี 2013 ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ อิสราเอล พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเช้า เกือบทั้งวันมีระดับอินซูลิน กลูโคส และไขมันในเลือดต่ำกว่าผู้ที่กินมื้อเย็นเป็นมื้อหลัก ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารแบบ “กิน 8 ชั่วโมง พัก 16 ชั่วโมง” ไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณกำลังฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีประวัติการกินผิดปกติ.
ที่มาและภาพ : Business Insider, soha



