น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Content Thailand Academy) : การผลิตคอนเทนต์เพื่อส่งเสริม Soft Power ขึ้น ซึ่งมีการจัดเสวนา และการอบรมเชิงลึกในหัวข้อที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 11-15 พ.ย. 2567 ณ โรงแรม ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา
รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมในโครงการสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Content Thailand Academy) : การผลิตคอนเทนต์เพื่อส่งเสริม Soft Power จะมีการจัดเสวนา และการอบรมเชิงลึกในหัวข้อที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ตลอดระยะเวลา 5 วัน ได้แก่ วันที่ 11 พ.ย. การเสวนา “อนาคตคอนเทนต์ไทย” และการเสวนาย่อย 2 หัวข้อ ประกอบด้วย 1.จากทีวีสู่แพลตฟอร์ม กลยุทธ์ทางรอดของสถานีโทรทัศน์ไทย (Adapting to Survive) ความท้าทาย 2. โอกาสในการส่งออกภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ (Local to Global) และกิจกรรมส่งเสริมการสร้างเครือข่าย วันที่ 12 พ.ย. จัดอบรมเรื่อง “เทคนิคการ Tie-in สินค้าและบริการ” และจัดอบรมเรื่อง “การรีเมคซีรีส์จากประเทศเกาหลี สู่เวอร์ชั่นประเทศไทย” วันที่ 13 พ.ย. จัดอบรมเรื่อง “เทคนิคการทำงานกับ Studio ต่างประเทศในซีรีส์เรื่อง Alien” และอบรมเรื่อง “กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอนเทนต์” วันที่ 14 พ.ย. จัดอบรมเรื่อง “พลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แนวทางสู่ความสำเร็จของภาพยนตร์และซีรีส์บน Meta Platform” และอบรมเรื่อง “การนำคอนเทนต์ไทยสู่การประกวดต่างประเทศ” และวันที่ 15 พ.ย. อบรมเรื่อง “เทคนิคการนำเสนอขายผลงานให้กับนักลงทุน” และอบรมและ Workshop เรื่อง “การทำ Finance Model เบื้องต้น และเทคนิคการคัดเลือกโปรเจกต์ให้เหมาะสมกับนักลงทุน” ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊กกองภาพยนตร์และวีดิทัศน์

“โครงการนี้มุ่งขับเคลื่อน Soft Power ด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชั่นของไทยให้ไปสู่ระดับนานาชาติ ด้วยการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์ให้มีความรู้ ความเข้าใจในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในยุคปัจจุบัน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้แลกเปลี่ยนมุมมองทางด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการผลิตภาพยนตร์และสื่อออนไลน์ที่ช่วยเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ของประเทศไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ” น.ส.สุดาวรรณ กล่าว



