เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานร่วมพิธีเปิดงานประเพณีศาลเจ้าพ่อหนู ครั้งที่ 60 ประจำปี 2567 โดยมี ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ ประธานคณะขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาเขตพระนคร และประธานคณะกรรมการจัดงานประเพณีศาลเจ้าพ่อหนู พร้อมด้วย นายโกศล สิงหนาท ผอ.เขตพระนคร คณะกรรมการจัดงานประเพณีศาลเจ้าพ่อหนู คณะกรรมการและที่ปรึกษาศาลเจ้าพ่อหนู ศิษยานุศิษย์ศาลเจ้าพ่อหนู ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธี บริเวณปะรำพิธีจัดงานประเพณีศาลเจ้าพ่อหนู เขตพระนคร

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จุดนี้เป็นแหล่งสำคัญทางเศรษฐกิจของ กทม. เพราะมีทั้งสถานที่สำคัญหลายที่ อาทิ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร ถนนข้าวสาร ศาลเจ้าพ่อหนู คลองบางลำพู เชื่อมเข้ากับคลองโอ่งอ่าง ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดี อยากจะให้จัดให้เป็นอัตลักษณ์ของกรุงเทพมหานครต่อเนื่องทุกปีไปเรื่อย ๆ เพื่อให้อนาคตสามารถเป็นงานระดับโลกที่ต่างชาติต้องมาเยี่ยมชม

สำหรับ “องค์เจ้าพ่อหนู” ขนาดหน้าตักกว้าง 8.5 นิ้ว สูง 11 นิ้ว ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณวัตถุให้ความเห็นว่าเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น พระพักตร์คล้ายเด็กยิ้ม เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวตลาดนานา บางลำพู ได้ให้ความเคารพ นับถือสักการบูชากราบไหว้มาโดยตลอดกว่าร้อยปี ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่า องค์ท่านลอยน้ำมาติดริมฝั่งคลองโอ่งอ่าง ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าคลองบางลำพู ชาวตลาดนานา บางลำพู จึงพร้อมใจกันอัญเชิญขึ้นมาบูชาที่ศาลเล็ก ๆ ที่สร้างไว้บนดาดฟ้าของตลาดนานา โดยสิ่งของที่ชาวบ้านนิยมนำมาสักการะ ได้แก่ ว่าว ของเล่น ขนม น้ำเป๊ปซี่ เป็นต้น

ต่อมาราว พ.ศ. 2503 ได้เกิดอัคคีภัยขึ้น ชาวบ้านเห็นเด็กผู้ชายแต่งกายชุดสีชมพู ยืนโบกธงอยู่บนหลังคาที่ตลาดนานา เพื่อไม่ให้อัคคีภัยลุกลาม และสงบลงโดยเร็ว ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ทำมาค้าขายในย่านบางลำพู ซึ่งเป็นคนจีนเข้าใจว่าเด็กชายที่เห็นนั้นเป็นเทพยดา จึงพร้อมใจกันขนานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “เจ้าพ่อหนู” (คำว่า หนู เป็นคำเรียกแทน เด็ก)

ในส่วนของศาลเจ้าพ่อหนูแห่งแรก (ไม่ทราบปีแน่ชัด-พ.ศ. 2531) เป็นศาลขนาดเล็กตั้งอยู่บนดาดฟ้าตลาดนานา ศาลเจ้าพ่อหนูแห่งที่ 2 (พ.ศ. 2531-2546) เป็นศาลไม้ทรงไทย เล็ก ๆ ชั้นเดียวยกสูง ตั้งอยู่ริมคลองแนวเดียวกับศาลเจ้าพ่อหนูในปัจจุบัน คณะกรรมการ (ในขณะนั้น) และพ่อค้าแม่ค้าตลาดนานา มีจุดประสงค์ร่วมกันเพื่อที่จะสร้างศาลเจ้าพ่อหนูที่ถาวร จึงได้รวบรวมเงินกันและหาซื้อที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าพ่อหนู” ปัจจุบัน
โดยศาลเจ้าพ่อหนูในปัจจุบัน เกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาของลูกศิษย์เจ้าพ่อหนู เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่โดยตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานนรรัตน์สถาน ซึ่งสร้างแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2546

การจัดงานประเพณีศาลเจ้าพ่อหนู จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2507 และได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นปีที่ 60 การจัดงานประเพณีเจ้าพ่อหนู ถือเป็นกิจกรรมอนุรักษ์ประเพณีและส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกกิจกรรมหนึ่งของประชาชนชาวพระนคร โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วย พิธีสรงน้ำ ปิดทององค์เจ้าพ่อหนู เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ย. 67 เวลา 19.19 น. พิธีอัญเชิญองค์เจ้าพ่อหนูมาประทับในปะรำพิธีจัดงาน เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ย. 67 เวลา 21.45 น. เพื่อให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้สักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ส่วนในวันที่ 9 พ.ย. 67 จะมีพิธีเปิดงานและแห่องค์เจ้าพ่อหนู การแสดงโชว์มังกรอวยพรโชคลาภบริเวณพิธี ประมูลตะเกียงเทวดาและสิ่งของมงคลต่าง ๆ มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน การแสดงบนเวที จากนั้นในวันที่ 10 พ.ย. 67 จะมีพิธีไหว้ขอบคุณองค์เจ้าพ่อหนูและทวยเทพทุกพระองค์ การทำบุญเลี้ยงพระ การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานในพื้นที่เขตพระนคร การแจกข้าวสารอาหารแห้งจำนวน 1,000 ชุด การแสดงโชว์สิงโตดอกเหมย และพิธีอัญเชิญองค์เจ้าพ่อหนูจากปะรำพิธีกลับยังศาลเจ้าพ่อหนู.



