MOCA BANGKOK ร่วมกับ Four Seasons Hotel Bangkok เปิดนิทรรศการ “Untamed Melody Part I” ภัณฑารักษ์ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช นิทรรศการเดี่ยวของ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทย การจัดแสดงผลงานศิลปะภาพบุคคล สะท้อนความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

“Untamed Melody Part I” เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจของ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ที่ถ่ายทอดการทดลองและเรียนรู้ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ศิลปิน นักออกแบบ สถาปนิก ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไปจนถึงผู้ที่อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ด้วยความสนใจอันเปิดกว้างของศิลปิน นำไปสู่การผสมผสานศิลปะกับชีวิตของผู้คน ผ่านการสำรวจสื่อ วัสดุ และแนวคิดต่าง ๆ เพื่อลบเลือนเส้นที่แบ่งกั้นระหว่างตัวตน ธรรมชาติ และโลก เป็นการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ด้วยแรงผลักดันจากความหลงใหลในพฤติกรรมมนุษย์ที่ซับซ้อนของศิลปิน โดยใช้ผลงานชุดนี้ในการสำรวจว่า การกระทำของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นขับเคลื่อนโดยความคิดสร้างสรรค์ หรือการบริโภคนั้นส่งผลกระทบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่อย่างไร ผ่านภาพเหมือนและผลงานแนวคิด ที่ได้วิเคราะห์ถึงผลของความปรารถนาที่ไร้การควบคุม และวิธีที่สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับปัญหาใหญ่ที่โลกต้องเผชิญ

“ร้อยพ่อพันแม่” เป็นสำนวนไทยที่ใช้เปรียบเทียบถึงการรวมตัวของผู้คนจากหลากหลายที่มา ซึ่งมีพื้นเพ ความคิด นิสัย และทัศนคติที่แตกต่างกัน ชุดภาพคนในนิทรรศการนี้นำเสนอภาพบุคคลหลากหลาย ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในโลกของเรา ศักยภาพที่น่าทึ่งของสมองมนุษย์ สามารถนำไปสู่ทั้งการสร้างสรรค์ และการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ได้พร้อมกัน มนุษย์ได้วิวัฒนาการและพัฒนาอย่างรวดเร็วในทุกด้านของชีวิต เกินกว่าที่ความต้องการพื้นฐานจะกำหนดไว้ แต่เมื่อความโลภของมนุษย์เริ่มกลายเป็นสิ่งเสพติดที่ไม่อาจควบคุมได้ การทำลายตนเองและโลก ก็กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และน่าเศร้า ในขณะที่มนุษยชาติพัฒนา เราก้าวข้ามความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต แต่เมื่อความโลภของมนุษย์ไม่ได้ถูกควบคุม ก็จะนำไปสู่การทำลายล้างตัวเราเองและโลกใบนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลงานของไทวิจิตแสดงถึงความตึงเครียดนี้ เตือนให้เราตระหนักถึงความสมดุลระหว่างการสร้างสรรค์และการทำลาย และเชิญชวนให้เราคิดทบทวนถึงผลกระทบที่เรามีต่อโลกใบนี้

“Untamed Melody Part I” ขอเชิญชวนให้ผู้ชมตระหนักถึงบทบาทของตนเอง ในกระบวนการบริโภค และผลกระทบที่ตามมา โดยเฉพาะการทำลายสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นิทรรศการนี้ยังเตือนถึงความจำเป็นเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาที่มนุษย์สร้างขึ้น และกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการหาทางออกอย่างจริงจัง

นิทรรศการนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึง 5 มกราคม 2568 ที่ Four Seasons Hotel Bangkok ART Space by MOCA BANGKOK ณ โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 10:30 น. – 18:30 น. (ปิดวันจันทร์)

และหลังจากนี้ จะมีการจัดนิทรรศการ “Untamed Melody Part II” ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK รถไฟสายสีแดง สถานีบางเขน ในเร็ว ๆ นี้

เกี่ยวกับศิลปิน : ไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์

เกิดปี พ.ศ. 2502 ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย

ไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์ เกิดที่จังหวัดปัตตานี ประเทศไทย ผลงานศิลปะเชิงนามธรรมของเขามีความโดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ประณีตและการใช้สีที่ล้ำสมัย ส่งผลให้ผลงานของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากล อัตลักษณ์ในผลงานของเขาเกิดจากการอุทิศตนอย่างไม่ลดละในการทดลองและสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุและเทคนิคที่หลากหลาย ซึ่งทำให้เขาสามารถพัฒนาผลงานศิลปะที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ไทวิจิตรได้จัดแสดงผลงานในนิทรรศการเดี่ยวและนิทรรศการกลุ่มหลายครั้ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และในปี พ.ศ. 2563 ผลงานของเขายังได้จัดแสดงในงาน Bangkok Art Biennale ณ อาคาร The Parq กรุงเทพมหานคร

การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยความรู้สึกแห่งการทดลองและการเรียนรู้ตลอดเวลา เขาได้รับแรงบันดาลใจจากแหล่งต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ศิลปิน นักออกแบบ และสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไปจนถึงผู้ที่อาจไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ด้วยความสนใจที่เปิดกว้างในการค้นคว้าสื่อ วัสดุ และแนวคิดต่าง ๆ ไทวิจิตรสามารถผสมผสานศิลปะเข้ากับชีวิต โดยลบเลือนขอบเขตระหว่างตัวตน ธรรมชาติ และโลกภายนอกได้อย่างลงตัว

เส้นทางศิลปะของไทวิจิตรเริ่มต้นจากการศึกษาในมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพมหานคร โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ในปี พ.ศ. 2527 หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาได้รับทุนการศึกษาและโอกาสเป็นศิลปินในพำนักในหลายประเทศ ซึ่งช่วยให้เขาขยายขอบเขตความรู้เกี่ยวกับศิลปะในระดับสากลได้อย่างกว้างขวาง ในช่วงปี พ.ศ. 2528 ถึง 2529 เขาได้ศึกษาด้านภาพพิมพ์ที่สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งคราคูฟ (Academy of Fine Arts in Krakow) ประเทศโปแลนด์ ภายใต้การแนะนำของศาสตราจารย์สตานิสลอว์ เวย์แมน (Professor Stanislaw Wejman) ซึ่งประสบการณ์นี้ส่งผลอย่างมากต่อแนวทางการสร้างสรรค์ของเขา นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2533 เขาได้รับทุน Geoffrey and Margaret Andrew Fellowship ให้เป็นศิลปินในพำนักที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา และในปี พ.ศ. 2545 เขายังได้รับเชิญจาก Villa Waldberta เมือง Feldafing ใกล้กับมิวนิค ประเทศเยอรมนี ให้เป็นศิลปินในพำนักอีกครั้ง

ตลอดเส้นทางการทำงาน ไทวิจิตรได้จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวหลายครั้ง นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเขาจัดขึ้นที่หอศิลป์แห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2527 และต่อมาได้จัดแสดงผลงานชุด “Parti Coloured” ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ที่สถาบันศิลปะสมัยใหม่ภัทรศรี ในช่วงปี พ.ศ. 2530 ถึง 2531 นอกจากนี้ ผลงานของเขายังได้รับการจัดแสดงในแกลเลอรี่ต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฮ่องกง นิทรรศการเดี่ยวล่าสุดของเขาคือ “Untamed Melody Part I” ซึ่งจะเปิดตัวที่ Four Seasons ART Space โดย MOCA BANGKOK ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ส่วน “Untamed Melody Part II” จะจัดขึ้นที่ MOCA BANGKOK ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 และจะจัดแสดงจนถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2568

นอกจากนิทรรศการเดี่ยวแล้ว ไทวิจิตรยังได้เข้าร่วมในนิทรรศการกลุ่มที่สำคัญอีกมากมาย ระหว่างปี พ.ศ. 2524 ถึง 2530 เขาได้แสดงผลงานในนิทรรศการศิลปะแห่งชาติที่มหาวิทยาลัยศิลปากร และระหว่างปี พ.ศ. 2526 ถึง 2531 เขาได้เข้าร่วมในนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของธนาคารกสิกรไทย นอกจากนี้ ผลงานของเขายังได้รับการจัดแสดงในนิทรรศการระดับนานาชาติที่สำคัญ เช่น Triennial of Original Graphic Prints ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ Rijeka International Drawing Biennale ที่ประเทศยูโกสลาเวีย ซึ่งได้นำเสนอผลงานศิลปะที่หลากหลายของเขาให้กับผู้ชมในระดับสากล.

พี่เช ทีนโซน