เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาผลกระทบจากคดีการสลายการชุมนุมในเหตุการณ์ตากใบที่ขาดอายุความ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้และการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 14 พ.ย. นี้ คณะอนุฯ ตากใบ จะนัดพิจารณาถึงกรอบและแนวทางดำเนินงานของอนุ กมธ. หลังจากที่ได้รับมอบหมายจากสภา ที่เห็นชอบต่อญัตติที่ สส.พรรคประชาชาติ และ สส.พรรคประชาชน เสนอให้พิจารณาศึกษา อย่างไรก็ดี ในการพิจารณากรอบการทำงาน มีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา เช่น การทำคดีความที่ล่าช้าจนทำให้ขาดอายุความ การตามตัวผู้ต้องหา หรือจำเลย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงการปรากฏตัวของผู้ต้องหาหลังจากที่คดีขาดอายุความ อย่างไรก็ดีในการพิจาณาต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในรายละเอียด ส่วนจะมีบทสรุปอย่างไร ต้องเสนอเข้าสภาให้พิจารณา
“การพิจารณาของอนุ กมธ. มีกรอบ 90 วัน ทั้งนี้ในรายละเอียดต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีหน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่คนใดที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่นั้น เป็นประเด็นที่ต้องรับฟังจากหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่” นายกมลศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าในอนุ กมธ. มีชื่อนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ทนายความของญาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตากใบ จะมีแนวทางพิจารณาประเด็นใดได้บ้าง นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นที่ต้องรับฟังในรายละเอียด และนายอาดิลัน จะให้ข้อมูลในประเด็นต่างได้ ทั้งนี้การพิจารณานั้น คงไม่สามารถหาแนวทางที่ฟื้นคดีกลับมาได้อีก เพราะเรื่องจบแล้ว
เมื่อถามถึงกระแสหรือความเคลื่อนไหวในพื้นที่ตากใบ หลังจากคดีขาดอายุความ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ปกติดี ไม่มีอะไร และกระแสไม่เหมือนกับช่วงที่ใกล้ขาดอายุความ.



