เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้ออกมาตรการกำชับเรื่องความปลอดภัยความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม หลังจากมีกรณีโรงเรียนในจังหวัดระยองที่มีนักเรียนป่วยด้วยอาการท้องเสียอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 1,500 คน ซึ่งได้ฝากให้เขตพื้นที่ดูแลสถานศึกษาในสังกัดเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำดื่มให้ถูกสุขลักษณะอนามัยอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้รับรายงานจากสำนักนโยบายและแผนการศึกษาว่าขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลตัวเลขเด็กหลุดระบบการศึกษาตามโครงการ “OBEC Zero Dropout” โดยวางแผนดึงเด็กที่หลุดระบบให้กลับมาเรียนหรือพาการศึกษาไปหาน้องต่อไป
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายเรียนดีมีความสุข ซึ่งแม้นโยบายดังกล่าวจะได้รับทราบจากส่วนกลางและเขตพื้นที่แล้ว แต่เรากลับพบว่า ในส่วนของโรงเรียนยังไม่มีการนำนโยบายเรียนดีมีความสุขสู่การปฏิบัติเท่าที่ควร ดังนั้นจึงขอให้เขตพื้นที่การศึกษาได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปถึงโรงเรียน เพื่อให้เกิดการปฏิบัติในโรงเรียนสู่ครูและนักเรียนให้มากขึ้น ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าว ตนได้หารือถึงการจัดทำคำของบประมาณปี 2569 โดยมอบหมายให้ทุกสำนักไปจัดทำแผนงานและโครงการต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ โดยแผนงานหรือโครงการใดที่ไม่จำเป็นให้ยกเลิกไปก่อน และให้ความสำคัญในการจัดทำแผนด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
“สำหรับการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กสังกัด สพฐ.ที่มีอยู่ประมาณ 15,000 แห่งนั้น เราได้มอบให้สำนักนโยบายและแผนพัฒนาการศึกษาไปแบ่งกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กออกเป็นแต่ละกลุ่ม เพื่อจัดทำงบประมาณสนับสนุน เพราะการบริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้สำเร็จได้นั้น เรามองว่า โรงเรียนในกลุ่มนี้จะต้องได้รับงบประมาณเฉพาะด้านพื้นฐานที่จำเป็น เช่น งบค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น เพราะที่ผ่านมางบประมาณที่สนับสนุนให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นงบอุดหนุนรายหัวเท่านั้น จึงทำให้โรงเรียนขนาดเล็กขาดการจัดสรรงบในการบริหารจัดการไม่เพียงพอ ดังนั้นในการจัดทำคำงบประมาณปี 69 สพฐ.จะตั้งงบประมาณเฉพาะด้านพื้นที่จำเป็นสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กเติมเต็มเข้าไปด้วย” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว



