สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ ว่าหากรัฐบาลวอชิงตันชุดใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการมอบความสนับสนุนทางทหารให้แก่ยูเครน รัฐบาลเคียฟจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามกับรัสเซีย


แม้เซเลนสกียืนยัน ว่ายูเครนจะยังคงต่อสู้ต่อไป แต่ยอมรับว่า การขาดความสนับสนุนจากสหรัฐ อาจทำให้ยูเครนอยู่ในสถานะที่ “ไม่เพียงพอ” จะยืนหยัดเอง


ขณะเดียวกัน เซเลนสกีเน้นย้ำว่า “ความเป็นเอกภาพ” และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างสหรัฐกับยูเครน “มีความสำคัญอย่างที่สุด” และยกย่องทรัมป์ว่า “แข็งแกร่งกว่า” เมื่อเทียบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย


ด้านทีมงานของทรัมป์ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้นำสหรัฐกล่าวตั้งแต่ช่วงหาเสียง ว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน “ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก”

นอกจากนี้ ระหว่างพบหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ทำเนียบขาว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานว่า ไบเดนเน้นย้ำกับทรัมป์ ขอให้รัฐบาลวอชิงตันในอนาคตสนับสนุนยูเครนต่อไป หลังว่าที่ผู้นำสหรัฐวิจารณ์มาตลอด เกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันเกี่ยวกับยูเครน.

เครดิตภาพ : AFP