เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจติดตามการตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซ CNG พบว่าเรียบร้อยดี มีการตรวจสอบรถโดยสารอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ในระยะสั้นได้เร่งรัดให้ ขบ. สั่งรถที่ใช้ CNG ทุกคัน เข้ามาตรวจสภาพให้ครบ 13,426 คัน ภายในเวลาที่กำหนด

และในระยะยาว ให้ดำเนินการตามมาตรการที่คณะกรรมการพิจารณามาตรการเชิงป้องกันสำหรับการให้บริการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะกำหนด เรื่องความปลอดภัยของสาธารณะไม่สามารถต่อรองได้ เพื่อให้การบริการรถโดยสารสาธารณะของประเทศไทยมีความปลอดภัยสูงสุด

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ขณะนี้รถโดยสารที่ใช้ระบบ CNG เข้าตรวจสอบและเช็กสภาพความเรียบร้อยแล้ว 7,484 คัน จากทั้งหมด 13,426 คัน หรือประมาณ 55% ขณะที่ผู้ประกอบการมารายงานตัวแจ้งหยุดใช้รถ 1,531 คัน ล่าสุดคงเหลือรถที่ยังไม่เข้ารับการตรวจสภาพ 4,411 คัน คิดเป็น 33% ของทั้งหมด

ในจำนวนนี้ 3 พันกว่าคัน แจ้งมาแล้วว่าจะเข้ามาตรวจภายในวันที่ 30 พ.ย. 67 ตามที่ ขบ. กำหนด ส่วนอีกกว่า 1 พันคัน ยังไม่นัดหมายเข้ามา ขบ. ได้ขยายเวลาให้นำรถเข้ามาตรวจอีก 15 วัน หรือประมาณกลางเดือน ธ.ค. 67 แต่ภายหลังวันที่ 30 พ.ย. 67 ผู้ประกอบการที่ยังไม่นำรถเข้ามาตรวจ ห้ามใช้งานเด็ดขาด หากยังฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และถอนรถออกจากใบอนุญาต หากฝ่าฝืนนำรถถูกถอนไปใช้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายจิรุตม์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาโครงรถ (แชสซี) ที่ไม่ได้กำหนดอายุการใช้งานสำหรับรถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถเช่าเหมานั้น ขณะนี้ ขบ. เตรียมกำหนดเงื่อนไขอายุการใช้งานแชสซีสำหรับรถเช่าเหมาแล้ว โดยจะให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่บังคับใช้กับรถโดยสารประจำทางที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยจะเร่งร่างกำหนดเงื่อนไข และจัดทำประชาพิจารณ์ ก่อนเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 68

นายจิรุตม์ กล่าวด้วยว่า ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะที่นำคณะครู และนักเรียนไปทัศนศึกษาเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 67 เป็นเหตุให้ครูและนักเรียนเสียชีวิต 23 รายนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนที่แท้จริงของกองพิสูจน์หลักฐาน

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากขั้วถังแก๊สหลุด เป็นเหตุให้แก๊สรั่ว และเจอกับประกายไฟ ส่วนรายละเอียดที่ชัดเจน จะอยู่ในสำนวนการสอบสวน และได้ข้อสรุปเมื่อใดนั้น อยู่ที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยในส่วนของ ขบ. ได้ยกเลิกใบอนุญาตต่างๆ ของผู้ประกอบการ และคนขับรถคันที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว รวมทั้งขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ผู้ประกอบการด้วย.