เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวธ. ในการอำลาตำแหน่งปลัดวธ. พร้อมกล่าวกับคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ ว่า ได้เข้ามากราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และขอบคุณข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมกันมาเป็นระยะเวลานาน รู้สึกใจหาย แต่ถือว่าได้มีโอกาสพัฒนากับการทำงานใหม่ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และคิดว่าทุกคนจะร่วมกันขับเคลื่อนงานอย่างเต็มกำลังต่อไป ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้บูรณาการงานของทุกกรม จนประสบความสำเร็จ และอยากให้รักษาสิ่งดีและพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมสนับสนุนทุกๆ ด้าน ส่วนตัวรู้สึกผูกพันกับงานวัฒนธรรมมากเพราะทำงานด้านนี้มาตลอด 37 ปี แม้จะออกจากวธ. ไปรับอีกหน้าที่ ก็จะทำอย่างเต็มกำลังและนำองค์ความรู้ต่างๆ ไปใช้กับงานของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี



นางยุพา กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าขับเคลื่อนงานให้กับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสานต่องานในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากสาธารณรัฐประชาชนจีนประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสสานต่องาน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้มีโอกาสอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากสาธารณรัฐอินเดียมาประดิษฐานในไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ ทั้งนี้ได้เตรียมความพร้อมด้านสถานที่คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80-90 แล้ว อยู่ระหว่างการซักซ้อมการอัญเชิญร่วมกับทางการจีนในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากจีนจะนำเสลี่ยงที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วซึ่งมีน้ำหนักมากถึง 333 กิโลกรัม จะต้องใช้จำนวนคนแบกหามเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการปรับรูปแบบการอัญเชิญให้มีความงดงามและสมพระเกียรติมากที่สุด


